You are here
Home > Business Leisure > Top Story > ZMINE ธุรกิจเช่าการ์ดจอขุดเหรียญทำ ICO

ZMINE ธุรกิจเช่าการ์ดจอขุดเหรียญทำ ICO

‘ซีมายน์’ (ZMINE) ธุรกิจเช่าการ์ดจอเพื่อขุด (Mining) เหรียญดิจิทัล (Digital Token) ถือเป็นโมเดลธุรกิจใหม่ที่น่าสนใจเกี่ยวกับเหรียญดิจิทัล (Digital Token) เจาะกลุ่มนักลงทุนและนักขุดที่อยู่ในช่วงศึกษาหาข้อมูล แต่ไม่มีเวลาดูแลอุปกรณ์ บริษัทฯ นี้เริ่มขุดเหรียญตั้งแต่ปี 2557 ต่อมาได้ออกแผนธุรกิจเช่าหน่วยประมวลผลกราฟิกหรือการ์ดจอ (We Rent Your Graphic Cards: WRYGC) เพื่อให้บุคคลภายนอกนำหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) มาให้บริษัทฯ เช่าไปขุดเหรียญ โดยปัจจุบันบริษัทฯ มีหน่วยประมวลผลกราฟิกภายใต้การควบคุมประมาณ 8,000 การ์ด มูลค่ารวม 120 ล้านบาท

 

 

“เงินที่ได้จากการทำ ICO – 80% จะนำไปจัดซื้ออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการขุดทั้งหมด ได้แก่ การ์ดจอ ซีพียู แรม เมนบอร์ด ฮาร์ดดิสก์ อุปกรณ์จ่ายไฟ และอุปกรณ์เชื่อมต่อที่เกี่ยวข้อง ส่วนที่เหลือนั้น จะนำไปใช้ในการวิจัยและพัฒนาโปรแกรมและระบบต่าง ๆ เพื่อให้ระบบสามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมถึงลงทุนในด้านการตลาดเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับโทเคนซีมายน์”  

  • กษมพัทธ์ วิธานวัฒนา
  • ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีมายน์ โฮลดิ้ง ลิมิเต็ด

 

 

 

กษมพัทธ์ วิธานวัฒนา ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีมายน์ โฮลดิ้ง ลิมิเต็ด กล่าวว่า “เราออกโมเดลเช่าการ์ดจอลูกค้า (WRYGC) เพราะเห็นโอกาสในการเติบโต เนื่องจากกระแสความสนใจเกี่ยวกับการขุดเหรียญดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่นักขุดจะต้องใช้ความพยายามเพื่อถอดรหัสและรอคอยการประมวลผล อีกทั้งต้องสอดส่องดูแลระบบตลอดเวลา อีกทั้งใช้เวลานานกว่าจะคืนทุน แต่หากนักขุดหรือผู้ลงทุนที่สนใจเหรียญดิจิทัลสามารถนำการ์ดจอมาให้บริษัทฯ เช่าก็จะช่วยให้นักขุดหรือนักลงทุน ไม่ต้องเสียเวลาติดตามการ์ดจอประมวลผลด้วยตัวเอง เพราะเมื่อบริษัทฯ ขุดได้เหรียญดิจิทัลก็จะแบ่งส่วนหนึ่งให้แก่ลูกค้า ซึ่งจากสถิติ 14 เดือนที่ผ่านมา นักลงทุนที่นำการ์ดจอมาให้บริษัทฯ เช่าได้รับผลตอบแทนกว่าเดือนละ 2 -15%”

ด้วยจุดแข็งของซีมายน์ที่ประกอบด้วยกลุ่มวิศวกรคอมพิวเตอร์ที่สนใจเทคโนโลยีการเข้ารหัส (Encryption) และการถอดรหัส (Decryption) บวกกับประสบการณ์การขุดและการวิจัยพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่อง ทำให้ซีมายน์สามารถพัฒนาระบบเพื่อใช้ขุดเหรียญดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่ง 9 เดือนที่ผ่านมา ธุรกิจ WRYGC ของบริษัทฯ สามารถโอนเหรียญบิทคอยน์ที่ได้จากกระบวนการขุดคืนให้แก่ลูกค้าไปแล้วมากกว่า 213 บิทคอยน์

จากดีมานด์ตลาดที่มีความต้องการหน่วยประมวลผลกราฟิกสูงตามแนวโน้มผลตอบแทนจากการลงทุน ทำให้ซีมายน์ คิดขยับขยายโดยการเสนอขายโทเคนต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก (Initial Coin Offering: ICO) ในนามของ ซีมายน์ โทเคน (ZMN) และเป็นเหรียญดิจิทัลตัวที่สองที่เปิดให้เทรดในกระดานเทรดเงินดิจิทัลของไทยต่อจาก JFIN ของบริษัทเจ เวนเจอร์ส จำกัด ที่เปิดตัวไปก่อนหน้าแบบไม่หวือหวามากนัก แต่สำหรับ ซีมายน์ นั้นแตกต่างกัน เนื่องจากเป็นเหรียญดิจิทัลเพื่อการขยายธุรกิจที่มีการดำเนินการอยู่ก่อนและมีการสร้างรายได้เป็นที่เรียบร้อยแล้วส่งผลให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่น

การเสนอขาย ICO ของ ZMN จำนวน 100 ล้านโทเคน เพื่อเสนอขายแก่ผู้สนใจทั่วโลก ราคาเริ่มต้น 575 ดอลลาร์ต่อ 10,000 ZMN โทเคน เริ่มจำหน่ายระหว่างวันที่  2 – 31 พฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมา โดยเบื้องต้นคาดว่า จะได้รับเงินจากการระดมทุนครั้งนี้ประมาณ 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 150 ล้านบาท เพื่อนำเงินที่ได้จากการขายการ์ดจอบางส่วนไปมัดจำโรงงานผู้ผลิตโดยตรง ซึ่งจะช่วยให้ได้หน่วยประมวลผลกราฟิกที่แน่นอนและราคาถูก โดยซีมายด์จะออกเหรียญดิจิทัล ZMN

ทว่า เมื่อพรก. การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมาส่งผลให้ทุกบริษัทฯ ที่ต้องการเสนอขาย ICO ต่อนักลงทุนไทยต้องหยุดการดำเนินการทันที จนกว่าจะได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นทางการจึงจะสามารถดำเนินการต่อได้ นี่จึงส่งผลให้บริษัท ซีมายน์ โฮลดิ้ง ลิมิเต็ด ตัดสินใจยุติการเสนอขาย ICO ก่อนกำหนด เพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับของ พรก.ดังกล่าว พร้อมเผยว่า บริษัทฯ ได้รับยอดระดมทุนกว่า 200 ล้านบาทเกินกว่าขั้นต่ำที่ตั้งเป้าไว้ถึง 2 เท่า พร้อมเดินหน้าขยายเหมืองเพิ่มจำนวนการ์ดจอเต็มกำลังทันที

“เราคาดว่า ZMN Token น่าจะได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วไป ด้วยแนวโน้มระยะยาวของเหรียญสกุลดิจิทัลที่ยังดีอยู่ แม้ในช่วงสั้น ๆ นี้ราคาจะมีความผันผวนบ้างก็ตาม สำหรับเหรียญดิจิทัล ZMN ถือว่ามีผลตอบแทนที่น่าดึงดูดผู้ลงทุน แบ่งเป็นผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าการ์ดจอ โดยนักลงทุนที่ถือเหรียญ ZMN สามารถนำมาใช้แลกซื้อการ์ดจอของซีมายน์เพื่อปล่อยเช่าให้แก่บริษัทฯ และผลตอบแทนจากการขายคืนเหรียญ ZMN ให้บริษัทฯ อีกด้วย โดยบริษัทฯ มีแผนจะนำกำไรจากผลประกอบการมาซื้อเหรียญดิจิทัล ZMN คืนและนำออกจากระบบ (Buy Back and Burn) ทุกเดือน เพื่อลดอุปทานแก่โทเคน”

อย่างไรก็ตาม การเข้าเทรดวันแรกเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2561 ของ ซีมายน์ โทเคน (ZMN) เหรียญ ICO จากเหมืองขุดเหรียญดิจิทัล “ซีมายน์ โฮลดิ้ง ลิมิเต็ด” บนเว็บเทรดเหรียญดิจิทัลใหญ่สุดของไทย BX.in.th ก็ไม่ทำให้นักลงทุนยังคงตัดสินใจซื้อ ซีมายน์ โทเคน (ZMN) ในกระดานเมื่อมีการเปิดเทรดต่อทันที แม้ว่าตัวโทเคนจะมีราคาสูงกว่าช่วงเสนอขาย ICO กว่า 2-3 เท่าตัวแล้วก็ตาม เพราะมีราคาพุ่งขึ้นไปแตะ 5.98 บาท จากราคาเสนอขายช่วง ICO 2 บาท ก่อนจะปรับราคาลงมาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 4 บาท โดยมีปริมาณการซื้อขายครึ่งวันมากกว่า 25 ล้านบาท ซึ่งทำให้ซีมายน์มั่นใจว่า นักลงทุนยังคงมีความต้องการซื้อโทเคนสะสมสูง (สำหรับราคาของ ZMN ณ วันที่ 10 ตุลาคม 2561 ก็ถือว่าไม่เลว เพราะยังเกาะอยู่ที่ประมาณ 5.80 บาท สำหรับวันนี้ มีจำนวนเหรียญที่หมุนเวียนล่าสุด 291 ล้านเหรียญและปริมาณแลกเปลี่ยนทั้งหมด 1,845,600 บาท)

 

 

ทั้งนี้ เงินที่ระดมทุนได้จากการทำ ICO ของซีมายน์โทเคน (ZMN) และยุติการเสนอขายหลังพรก.ประกาศใช้นั้น

ซีมายน์ ได้ขุดเหรียญดิจิทัลเรียบร้อยแล้วกว่า 104.32 ล้านบาท โดยในวันที่ผ่านมาสามารถขุดเหรียญดิจิทัลได้ราว 1.5 BTC หรือประมาณ 3.6  แสนบาท/วัน นอกจาก ซีมายน์ โทเคน (ZMN) จะสามารถใช้แลกเปลี่ยนเป็นการ์ดจอกับซีมายน์ เพื่อให้ทางบริษัทฯ เช่าไปประมวลผลแล้ว ทางบริษัทฯ ยังมีนโยบายจัดซื้อ ซีมายน์ โทเคน (ZMN) ในกระดานเทรด เพื่อนำไปทำลายทิ้งในวันที่ 16 ของทุกเดือนอีกด้วย โดยทางบริษัทฯ ได้เตรียมงบซื้อคืนครั้งแรกแล้วกว่า 21BTC หรือประมาณ 5 ล้านบาท

 

 

 

Comments
จุฑาทิพ อิงวัฒนโภคา
บรรณาธิการ นิตยสาร B-Connect
Top