You are here
Home > Business Leisure > BNI Connect > Make Idea Become Premium Reality : บริษัท ต้นแบบความคิด จำกัด

Make Idea Become Premium Reality : บริษัท ต้นแบบความคิด จำกัด

BY : อรรถการ สัตยพาณิชย์

สินค้าพรีเมียมเป็นช่องทางการสื่อสารสำคัญ ทั้งเพื่อสร้างภาพลักษณ์องค์กร และเพื่อหวังผลทางการตลาด องค์กรหลายแห่งจึงใช้สินค้าพรีเมียมสะท้อนอัตลักษณ์และสร้างการจดจำแบรนด์ให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้รับรู้ นอกจากนี้ยังใช้สินค้าพรีเมียมเพื่อส่งเสริมการขายให้แก่ลูกค้า แม้ธุรกิจนี้จะแข่งขันกันอย่างรุนแรง แต่สินค้าพรีเมียมก็ยังคงเป็นที่ต้องการของตลาด โดยเฉพาะถ้ามีไอเดียดีๆ ในการเลือกสินค้าก็สามารถสร้างความแตกต่าง และสร้างผลกำไรได้ไม่น้อย

คอลัมน์ BNI Connect ฉบับนี้ ขอแนะนำคุณพงษ์ธร คงสกุล หรือคุณไก่อู กรรมการผู้จัดการ บริษัท ต้นแบบความคิด จำกัด ผู้ให้บริการสินค้าพรีเมียม ภายใต้แนวคิด Make Idea Become Premium Reality และยังรับพัฒนาสินค้า House Brand ให้ห้างสรรพสินค้า รวมทั้งให้คำปรึกษาการสั่งซื้อสินค้าจากจีนมาจำหน่ายในประเทศอีกด้วย

”เริ่มธุรกิจ จาก…ทำในสิ่งที่ชอบ ตอบโจทย์ในสิ่งที่ทำ”

คุณพงษ์ธรเล่าว่าบริษัท ต้นแบบความคิด จำกัด เกิดจากการมองเห็นศักยภาพธุรกิจสินค้าพรีเมียม ประกอบกับประสบการณ์การทำงานดูแลลูกค้า ทั้งตอนทำงานวงการสื่อ และเป็น
ฟรีแลนซ์บริษัทออแกไนเซอร์หลายปี จึงรู้จักคนวงการต่างๆ จำนวนมาก ทำให้สนใจทำธุรกิจนี้ โดยช่วงแรกทำในนามบริษัท นาวาพงษ์กฤษณ เทรดดิ้ง กรุ๊ป จำกัด หรือ NPK GROUP ซึ่งเป็นบริษัทของพี่ชาย

คุณพงษ์ธรให้ความรู้เกี่ยวกับสินค้าพรีเมียมว่ามี 2 ประเภทหลักๆ คือ ของที่ระลึก (Souvenir) และสินค้าส่งเสริมการขาย ทั้ง 2 ประเภท ตลาดมีความต้องการเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่ซื้อมาขายไปหรือ trading แค่มีโทรศัพท์เครื่องเดียวก็ทำธุรกิจได้ ในช่วงที่ก้าวเข้ามาทำธุรกิจนี้ครั้งแรก ประมาณปี 2542-2543 จะเป็นการรับบรีฟจากลูกค้าแล้วมาจ้างผลิต ส่วนใหญ่เป็นเสื้อผ้า งานพลาสติก จนมารู้จักพาร์ทเนอร์ที่นำเข้าวัสดุอุปกรณ์งานกระเป๋า งานรองเท้า และอะไหล่จากจีน ได้ชวนไปดูสินค้าของขวัญ ของพรีเมียม ส่วนใหญ่เป็นเครื่องเขียน เครื่องคิดเลขที่กวางโจว ในที่สุดก็เห็นช่องทางนำเข้าสินค้าพรีเมียมอย่างจริงจัง

ขั้นตอนการทำงาน ก่อนบินไปสั่งซื้อจะสอบถามลูกค้าก่อนว่าต้องการสินค้าอะไร เมื่อไปถึงก็จะเลือกหาสินค้าตามออเดอร์ แต่ละครั้งจะได้สินค้ากลับมา 4-5 ออเดอร์ กำไรจะประมาณเท่าตัว บินไปเฉลี่ยเดือนละครั้ง ครั้งละประมาณ 15 วัน เมื่อตกลงสั่งซื้อแล้วก็จะตรวจสอบคุณภาพหรือ QC สินค้า ก่อนเข้าตู้คอนเทนเนอร์ พอมาถึงเมืองไทยก็จะ QC อีกรอบ ทำประมาณ 3 ปี ยอดขายบริษัทฯ ช่วงนั้นเติบโตมาก

ต่อมาสินค้าพรีเมียมนำเข้าจากจีนมีคู่แข่งขันมากขึ้น เกิดสงครามราคา แม้บริษัทฯ จะทำสินค้าพรีเมียมตอบโจทย์ลูกค้า เน้นดีไซน์ และ customize ให้ตรงความต้องการลูกค้า แต่เวลาลูกค้าตัดสินใจซื้อก็จะเปรียบเทียบราคา ด้วยความชัดเจนเรื่องโมเดลธุรกิจและมีแนวคิดที่ต้องการทำสินค้า special จริงๆ จึงตั้ง บริษัท ต้นแบบความคิด จำกัด เมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันเน้นสินค้าประเภทเสื้อ กระเป๋า มีลูกค้าทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เช่น กรมชลประทาน กระทรวงสาธารณสุข การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย แสนสิริ เครือกันตนา Honda Toyota เป็นต้น

ปัจจุบัน บริษัทฯ มีพนักงานประจำ 6 คน พนักงานฟรีแลนซ์ QC สินค้าประมาณ 20 คน สินค้ากระเป๋าจะผลิตที่จีน สมัยก่อนผลิตที่ไทย แต่ด้วยปัญหาแบบที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า และลูกค้าก็ต้องการวัตถุดิบที่วาไรตี้มากขึ้น ในที่สุดให้โรงงานผลิตสินค้าในจีนตั้งไลน์ผลิตกระเป๋าเพื่อขายเฉพาะในไทย

 

บริษัทฯ มีทั้งบริการให้คำปรึกษาการผลิตและสั่งซื้อสินค้าจากจีน และรับทำสินค้าพรีเมียม 2 รูปแบบหลักๆ คือ หนึ่ง งานการ์เมนท์และงานกระเป๋า ส่วนนี้เป็น B2B และ B2C อีกประเภทหนึ่ง ผลิตสินค้า House Brand ให้ห้างฯ โรบินสัน เป็น B2B ภายใต้แบรนด์ F.O.F. ดูแลทั้งต้นทุนการผลิต จัดคอลเลคชั่น ดีไซน์ และการบริหารจัดการกำไร ทำงานร่วมกันระหว่างทีมงานต้นแบบความคิดกับทีมงานฝ่ายจัดซื้อเมอร์แชนไดซ์ของโรบินสัน จำหน่าย 45 สาขาทั่วประเทศ

หลักคิดทางการบริหารจะสร้างจุดแข็งในการผลิต วาไรตี้ของสินค้า และต้นทุนสินค้า พยายามลด Fixed Cost พนักงานจึงมีไม่มาก แต่เน้นจ้างพนักงาน QC ที่เป็นฟรีแลนซ์ ใช้แรงงานในชุมชน มีทั้งแม่บ้าน นักเรียน ทำให้ลดต้นทุนได้กว่าครึ่ง

แผนในอนาคตคือ การสร้างแบรนด์สินค้า ตอนนี้มี 2 แบรนด์ เสื้อผ้าใช้ชื่อแบรนด์ว่า CAVALLO อยู่ระหว่างจดทะเบียนสินค้า ส่วนแบรนด์กระเป๋า แว่นตา ใช้ชื่อว่า KELVIN AND FIONA มีการผลิตสินค้าแล้ว แต่กำลังดูช่องทางการขาย ทั้งขายผ่านออนไลน์ และดูความเป็นไปได้ที่จะเปิดช็อปเอง

คุณพงษ์ธรยังมีแนวคิดผลิตสินค้าขายในต่างประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่ SMEs ไทยไม่ควรมองข้าม เพราะผู้ประกอบการไทยรสนิยมดี มีความรับผิดชอบ เห็นได้ว่าลูกค้า CLMV เชื่อมั่นสินค้าไทย อย่างตลาดจีนก็ควรให้ความสำคัญเช่นกัน ปัจจุบันชาวจีนมาซื้อสินค้าความสวยความงาม ยารักษาโรค และอาหารไทย เพราะเชื่อว่ามีคุณภาพ ส่วนงานแฟชั่น ดีไซเนอร์ไทยก็ออกแบบเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้าได้อย่างมีรสนิยม แต่ขาดการเชื่อมต่อระหว่างผู้ประกอบการ และแหล่งเงินทุน ทั้งที่มีความเป็นไปได้มากถ้าดีไซน์ที่ไทยแล้วไปผลิตที่จีน และเปิดตลาดที่จีน เพราะความต้องการ และ Market Size มีขนาดใหญ่ ประชากรจีนมีเป็นพันล้านคน คุณพงษ์ธรยกตัวอย่างตลาดกระเป๋าเมืองไทยว่ามีไม่กี่แบรนด์ที่ติดตลาด อย่างแบรนด์
F.O.F. ที่บริษัทฯ พัฒนาให้โรบินสันก็ติด 1 ใน 5 แบรนด์กระเป๋าแฟชั่นสตรี รองจากอันดับหนึ่งคือ LYN และ JASPAL อันดับสอง Charles & Keith โดย F.O.F. ติดอันดับ 5 เป็นสินค้าที่อยู่ในช่วงราคาพันต้นๆ ไม่เกิน 2,500 บาท เป็นกระเป๋าหนัง PU (Polyurethane) สินค้าค่อนข้าง Mass และเป็นกลุ่มใหญ่ ในตลาดจีนก็มี Axixi (อาซีซี่) เป็นแบรนด์กระเป๋าหนัง PU เหมือนกัน ขายในเถาเป่า ไม่มีหน้าร้าน ปัจจุบันช็อปในจีนมีน้อยลง ส่วนใหญ่สั่งผ่านโทรศัพท์มือถือ ซื้อขายออนไลน์แล้วตัดบัตรเครดิต ฉะนั้นโอกาสที่จะขายกระเป๋าในจีน ไม่ใช่เรื่องยาก

BNI จุดเชื่อมต่อความรู้+ประสบการณ์การทำธุรกิจ
คุณพงษ์ธรมองว่าที่ผ่านมาการแลกเปลี่ยนความรู้ทางธุรกิจ ถ้าไม่รู้จักกันก็จะไม่ให้ข้อมูลกัน เวลาทำอะไรที่มีผลประโยชน์ในเชิงธุรกิจก็ต้องเสียค่า commission อาจจะ 20-30% จนผู้ประกอบการไทยกลัว และปิดกั้นข้อมูล ความรู้ของธุรกิจตัวเอง ไม่แบ่งปันกัน

“เมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้ว ที่ผมเข้ามาเป็นสมาชิก BNI รู้สึกตันในความคิด ผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่จะตัน ทำนานๆ ก็เบื่อการกดราคา ความคิดตันไม่รู้จะผลิตอะไร ไม่รู้จะไปทางไหน เป็นอุปสรรคหลักๆ ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น แล้วเพื่อนก็ชวนมา BNI ต้องมาฟัง 7 โมงเช้า จริงๆ ผมตื่นสาย ลองเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเอง ผมไปประชุมกลุ่ม
Excellence ซึ่งปัจจุบันเป็น chapter กลุ่มใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ประมาณ 78 คน ครั้งแรกคิดเลย Direct Sale ชัวร์ กรอบการประชุมก็เหมือนกัน มี agenda การประชุม ไปถึงต้องมีการติดเข็ม ลงทะเบียน ให้คำสัตย์ปฏิญาณ แต่โชคดีวันที่ผมไปครั้งแรกผมสนใจ แล้วผมก็สัมภาษณ์กับคุณปิง (คุณกลกิตติ์ เถลิงนวชาติ ประธานอำนวยการ BNI Thailand) ตอนนั้นกลุ่มผมมีไม่ถึง 20 คน เราก็เจอผู้ประกอบการที่มาสมัครพร้อมเรา คนหนึ่งทำ interior คนหนึ่งเป็นเจ้าของโรงงาน คนหนึ่งทำหลอดไฟ เป็นผู้รับเหมา มีหลากหลายธุรกิจในนั้น แล้วก็ไปกินกาแฟคุยกันว่าตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง มี mindset อย่างไร ผมคุยกับคุณปิง ได้เล่าให้ฟังถึง BNI ว่ามี concept หลักๆ คือ give แต่ไม่ take และ No Commission ผมก็เป็นสมาชิกตั้งแต่นั้นมา

สิ่งที่เราได้สัมผัสคือตัวเครื่องมือของ BNI และกระบวนการประชุม ต้องยอมรับว่าระบบ BNI มาจากอเมริกา เขาเหมือนสกัดมาแล้ว ยกตัวอย่างเครื่องมือตัวหนึ่ง เช่นการให้เราพรีเซนต์ตัวเองในหนึ่งนาที เราจะรับรู้ จดจำได้แค่หนึ่งนาที ที่ผมพูดไปทุกอย่างเป็นเหมือน bullet เรียงตามความสำคัญให้คนจดจำ แล้วรู้ว่าเราทำอะไร อีกสิ่งหนึ่งที่ได้คือผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่มองตัวเงินเป็นหลัก ทำให้เกิดความโลภ ให้ทำอะไรทำได้ทุกอย่าง สิ่งที่เรารู้มาคือ commission หรือบางครั้งเราเคยทำงานประเภทนั้นอยู่ พอมีความรู้อยู่ เราก็จะ position ตัวเองว่าเรา expert เพื่อต้องการจะขายงานให้ลูกค้าที่เขาต้องการ เลยทำให้ประสบการณ์หรือความแข็งแรงในธุรกิจตัวเองโอนเอน เพราะตัวเองไม่รักในสิ่งที่ตัวเองทำ มันเลยทำให้ผมเปลี่ยน mindset

หลังจากเป็นสมาชิก ผมได้ training กับคุณปิง เล่าให้แกฟังว่าผมทำได้ทุกอย่างเลยนะ แต่สิ่งที่ผมทำอยู่ ผมเบื่องานการ์เมนท์ กำไร 10% แล้วเมื่อไหร่ผมจะถึง 100 ล้าน ผมเปลี่ยน way ไปทำอสังหาฯ ดีไหม คุณปิงบอกว่า ไก่อู คุณทำในสิ่งที่คุณรักก่อน คุณต้องรักในสิ่งที่คุณทำ สิ่งที่คุณรัก คุณตั้งไว้ก่อน พอคุณรักในสิ่งที่คุณทำ มันจะก่อให้เกิดผล ณ วันนั้นผมเปลี่ยนเลยกลับเอาเสื้อมาวาง เอากระเป๋ามาดูสิ่งที่ผมทำแล้วเราก็โฟกัสว่าจริงๆ แล้วทำในสิ่งที่เราทำให้เกิดมูลค่าทางธุรกิจได้ ประกอบกับเครื่องมือหรือแผนการตลาดที่ผมเขียนเอามาประกอบในการทำ แล้วจับกลุ่มเป้าหมายลูกค้าที่ชัดเจนจะก่อให้เกิดความชำนาญ จนเป็นต้นแบบความคิดที่จะทำเสื้อผ้าแล้วก็ทำกระเป๋าแฟชั่นสตรี”

จากการพูดคุยกับคุณพงษ์ธร คงสกุล หรือคุณไก่อู จะเห็นได้ว่าทุกย่างก้าวแห่งการแบ่งปัน ทั้งความรู้ ประสบการณ์ รวมทั้ง connection ที่มี เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นพลังของสมาชิก BNI สำหรับผู้สนใจในสินค้าหรือบริการ ติดต่อขอข้อมูลได้โดยตรงกับคุณไก่อู โทร. 0-2950-6369 หรือเข้าไปเยี่ยมชมข้อมูลในเว็บไซต์ www.tbkk.net

Comments
Top