You are here
Home > Business Round-up

ลาซาด้าเจาะผู้หญิง Gen Z สไตล์ Chic ลดอลัง 24-26 พ.ค. Women’s Festival

  ลาซาด้า ผู้นำด้านอีคอมเมิร์ซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งเป้าเป็นเบอร์ 1 Shopping Online Destination  ในใจสาวๆ ยุคใหม่ Gen Z วัย 18-24 ปี ที่เป็นตัวของตัวเอง พร้อมเปิดตัวบิ๊กอีเวนท์ แชิงแชร์ตลาดผู้หญิง ด้วย "ประสบการณ์ช้อปปิ้งรูปแบบใหม่ + กลยุทธ์ O2O + Shoppertainment" ให้ลูกค้าชมไลฟ์สตรีมแฟชั่นโชว์  กดช้อปผ่านแอปฯ ได้เรียลไทม์ แถมด้วยลูกเล่น Magic Mirror  กำจัดจุดอ่อน "ช้อปปิ้งออนไลน์ ไม่ต้องลองสินค้า" ก็ได้    ธนิดา ซุยวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท ลาซาด้า ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยถึงภาพรวมของตลาดอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยว่า "ประเทศไทยถือเป็นประเทศหนึ่งที่มีความสำคัญในระดับภุมิภาคเอเชียเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และในระดับโลกด้วย เนื่องจากการสร้างรายได้จากตลาดอี-คอมเมิร์ซประเทศไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดด กล่าวคือ ปี 2561 สามารถทำรายได้ได้ 1.18 แสนล้านบาท ขณะเดียวกัน

บารานี เรสซิเดนซ์ รังสิต คลอง 3 โครงการบ้านเดี่ยวตอบไลฟ์สไตล์คนยุค 4.0

มานะพัฒนาการ รุกเปิดโครงการบ้านเดี่ยว ย่านรังสิต คลอง 3 ภายใต้ชื่อ บารานี เรสซิเดนซ์ ด้วยความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของทำเลและชูจุดขาย "มาตรฐานใหม่แห่งการอยู่อาศัย" ที่ "จัดเต็มยิ่งกว่า" โดยการนำเข้าระบบ IOT ของซัมซุงมาใช้กับบ้านดีไซน์ใหม่ Ceylon เจาะกลุ่มครอบครัวและไลฟ์สไตล์คนยุค 4.0  ปสันน สวัสดิ์บุรี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท มานะ พัฒนาการ จำกัด บริษัทผู้่พัฒนาอสังหาริมทรัพย์คุณภาพ เปิดเผยถึงการขยายโครงการบ้านเดี่ยวล่าสุดภายใต้ชื่อ บารานี เรสซิเดนซ์ รังสิตคลอง 3 (Baranee Residence Rangsit - Klong 3)  ว่า โครงการนี้ตั้งอยู่ที่ถนนเลียบคลองสาม ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี บนเนื้อที่ 35 ไร่ รวม 140 ยูนิต มูลค้่าโครงการ

แสนสิริชู Green & Well-being เป็นอาวุธสร้างจุดต่าง ผุด Sansiri Backyard คอมมูนิตี้ใกล้ชิดธรรมชาติบนที่ดินรอการพัฒนาทำเล T77และหัวหิน รับเทรนด์ชีวิตเมืองรักษ์โลกรักสุขภาพเพื่อครองใจลูกค้ารุ่นใหม่

เชื่อมั่นจะสร้างฐานลูกค้าใหม่และดันยอดขายเกือบ 10,000 ล้านบาทจาก 3 โครงการใหม่ทำเล T77 และหัวหินได้ใน 3 ปี บริษัท แสนสิริ จํากัด (มหาชน) เปิดตัว Sansiri Backyard (แสนสิริ แบคยาร์ด) คอมมูนิตี้สีเขียวใกล้ชิดธรรมชาติที่อบอุ่นเป็นกันเองเสมือนสวนหลังบ้านภายใต้แนวคิด “Green Grow Give” นำร่องสร้างประโยชน์จากพื้นที่ว่างของแสนสิริกว่า 14 ไร่ ที่โครงการ T77 และหัวหิน ให้กลายเป็นฟาร์มผักปลอดสารที่บ่มเพาะให้คนเมืองมีโอกาสสัมผัสกับวิถีการใช้ชีวิตสุขภาพดีทั้งกายใจและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตอบรับเทรนด์รักสุขภาพใส่ใจสิ่งแวดล้อมบูมที่ทำให้ธุรกิจเพื่อสุขภาพเติบโตกว่า 10.6 เปอร์เซ็นต์ต่อปี เชื่อมั่นเป็นจุดแข็งสร้างความแตกต่างแบรนด์แสนสิริในฐานะผู้นำด้านGreen & Well-being และดึงดูดใจคนเมืองรุ่นใหม่ให้มาเป็นลูกค้าใน 2 โครงการคอนโดมิเนียมใหม่แบรนด์ HAUS (เฮาส์) ที่ T77 และ 1 โครงการคอนโดมิเนียมที่หัวหินมูลค่ารวมเกือบ 10,000 ล้านบาทที่จะเปิดตัวในอีก 1-3 ปีข้างหน้าได้ พร้อมคาดหวังเป็นส่วนหนึ่งในการจุดประกายให้ทุกภาคส่วนช่วยกันผลักดันให้กรุงเทพฯและหัวหินเป็นเมืองแห่งการอยู่อาศัยยั่งยืนแห่งอนาคตได้   นางจริยา จันทร์เจิดศักดิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า  ปัจจุบันคนหันมาสนใจเรื่องการใช้ชีวิตที่ดีต่อทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ และเป็นมิตรกับโลกมากยิ่งขึ้น โดยผลวิจัยจาก TCDC เมื่อ พ.ศ.2561  ระบุว่า การมีสุขภาพที่ดีกำลังเป็นเครื่องหมายของการระบุสถานะของคนรุ่นใหม่ ทำให้ธุรกิจที่ส่งเสริมให้คนมีสุขภาพดีเติบโตขึ้นทั่วโลกถึง 10.6 เปอร์เซ็นต์ หรือคิดเป็น 122 ล้านล้านบาทต่อปี ทั้งนี้ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ well-being นี้เติบโตอย่างรวดเร็วในทุกปีและยังไม่มีแนวโน้มที่จะหยุดเติบโต เพราะประเด็นสุขภาพเป็นสัญลักษณ์ใหม่สำหรับกลุ่มคนเมืองและชาวมิลเลนเนียล สำหรับประเทศไทย ตลาดกลุ่มสินค้าและธุรกิจบริการสุขภาพมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและยังได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐให้ในการพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติให้ได้ภายใน พ.ศ.2569 รวมทั้งคาดว่าจะมีรายได้หมุนเวียนในประเทศไม่ต่ำกว่า 100,000ล้านบาท โดยมีสัดส่วนรายได้จากผู้รับบริการชาวไทยและชาวต่างชาติคิดเป็น 75:25 เปอร์เซ็นต์ และคาดว่าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังการเปิดการค้าเสรีของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (Asean Economics Community-AEC) ขณะที่เรื่องการใช้ชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมก็อยู่ในกระแสความสนใจในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง   “แสนสิริเล็งเห็นเทรนด์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปและกระแสรักษ์โลกที่กำลังมาแรง จึงได้สานต่อวิสัยทัศน์ For Greater Well-being ที่ใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อมเพื่อตอบโจทย์ความต้องการคุณภาพชีวิตที่ดีของคนเมือง ผ่านการเปิดตัว Sansiri

เงินติดล้อเดินหน้าใช้วัฒนธรรมองค์กรขับเคลื่อนสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว

เงินติดล้อ ผู้นำในการให้บริการสินเชื่อทะเบียนรถครบวงจร และนายหน้าประกันวินาศภัยที่มีสาขาครอบคลุมทั่วประเทศ วันนี้ เผยแผนสร้างองค์กรเพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาวที่ขับเคลื่อนโดยวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง สามารถรับมือกับความท้าทายเชิงเทคโนโลยีและดึงดูดคนทำงานวัย Millennials ที่มีรูปแบบในการใช้ชีวิตและทำงานแตกต่างไปจากคนยุคเดิม ปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เงินติดล้อ จำกัด กล่าวว่า “นับจากวันที่เงินติดล้อเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของธนาคารกรุงศรี เราได้ผ่านช่วงซ่อมสร้างในระหว่างปี 2552 – 2555 เข้าสู่ช่วงรุกขยายธุรกิจตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นมา เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้น้อย ซึ่งเดิมเคยต้องพึ่งพาสินเชื่อนอกระบบ ให้สามารถเข้าสู่แหล่งเงินทุนที่โปร่งใสและเป็นธรรมได้ ภายหลังจากการสร้างความเติบโตด้านตัวเลข ไม่ว่าจะเป็นยอดสินเชื่อ จำนวนสาขา และพนักงานซึ่งปัจจุบันมีกว่า 5,000 คน ทั่วประเทศ ทำให้เราหันกลับมาวิเคราะห์ตัวเอง มุ่งวางรากฐานองค์กรเพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาวและสามารถรับมือกับความท้าทายทางเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาได้รวดเร็วขึ้น” “จึงเป็นที่มาของการการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่งซึ่งมีความสำคัญเป็นอันดับแรกในการหล่อหลอมคนซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ ให้สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีได้อย่างทันการณ์ เพราะไม่ว่าจะบริษัทจะลงทุนด้านเทคโนโลยีด้วยเงินจำนวนมากเพียงใด หากแต่พนักงานไม่พร้อมเรียนรู้ ทดลอง นำมาใช้ การขับเคลื่อนคงไม่ใช่เรื่องง่าย” นายปิยะศักดิ์กล่าว   เงินติดล้อได้นำ best practices ในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ได้รับการยอมรับระดับโลกจาก Zappos ที่ประสบความสำเร็จในการใช้วัฒนธรรมขับเคลื่อนองค์กรและพนักงานส่งมอบประสบการณ์ดีๆ แก่ลูกค้า จนกลายเป็นเว็บไซต์ขายรองเท้าออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก   “เราเริ่มจากการกำหนดวิสัยทัศน์และพันธกิจของบริษัท ที่เราเรียกว่า ‘Why’ and ‘How’ รวมถึงค่านิยมองค์กร  7 ข้อ สร้างระบบและกระบวนการทำงานรวมถึงสิ่งแวดล้อมที่เอื้ออำนวย สื่อสารและทำกิจกรรมเพื่อหล่อหลอมค่านิยมดังกล่าวโดยมีผู้บริหารเป็นแบบอย่าง อีกทั้งปรับขั้นตอนในการคัดเลือกคนเพื่อให้แน่ใจว่าได้คนที่ใช่มาร่วมงาน โดยหัวใจในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้แข็งแรงอยู่ที่การทำอย่างต่อเนื่องคงเส้นคงวา และมีการวัดผลที่ชัดเจน” นายปิยะศักดิ์กล่าว เงินติดล้อได้ออกแบบพื้นที่ทำงานของสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ให้สอดรับกับวัฒนธรรมองค์กรและรูปแบบการทำงานของคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะกลุ่ม Millennials โดยมีสัดส่วนของพี้นที่ส่วนกลางคิดเป็น 30% ของพื้นที่สำนักงานโดยรวมเพื่อใช้สำหรับการพูดคุย การประชุม สร้างบันไดขึ้นลงระหว่างชั้นแทนการใช้ลิฟต์เพื่อช่วยสร้างความรู้สึกเชื่อมโยงระหว่างพนักงาน เลือกใช้สีและวัสดุตกแต่งเพื่อสร้างบรรยากาศที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ ส่งเสริมความร่วมมือและรูปแบบการทำงานแบบ cross functionsขณะเดียวกัน ก็เปิดโอกาสให้พนักงานใส่ลูกเล่นความสนุกด้วยตนเองเพื่อสร้างความผ่อนคลายในระหว่างการทำงาน   “ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจนหลังจากที่เราได้สื่อสารและทำกิจกรรมเพื่อหล่อหลอมวัฒนธรรมภายใต้บรรยากาศการทำงานที่เอื้ออำนวย คือพนักงานของเรากล้าลองทำสิ่งใหม่ๆ ปรับตัวและรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้เร็วขึ้น เงินติดล้อนับเป็นองค์กรแรกๆ ที่นำแนวคิดการทำงาน agile รวมทั้ง scrum มาใช้เพื่อสร้าง platform ที่สามารถเชื่อมต่อช่องทางสาขาและช่องทาง online ต่างๆ รวมถึงการนำแท็บเล็ตมาใช้ในการนำเสนอสินเชื่อแก่ลูกค้าที่สาขาของเราซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผน digital transformation ของเรา”   “ความมุ่งมั่นในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรของเรานอกจากจะสร้างแรงกระเพื่อมจากสำนักงานใหญ่ไปสู่สาขาของเราทั่วประเทศแล้ว ยังสะท้อนจาก 2 รางวัลระดับนานาชาติที่ได้รับเมื่อเร็วๆ นี้คือรางวัล “สถาบันการเงินยอดเยี่ยมด้านการสร้างความผูกพันองค์กร” จากงานประกาศรางวัลซึ่งจัดโดยนิตยสาร Retail

มานะ พัฒนาการ ทุ่มงบ 750 ลบ. พัฒนาคอนโดใหม่  เอสเพน คอนโด สุขุมวิท 105 (ลาซาล) เฟสบี ต่อยอดความสำเร็จ

 ปสันน สวัสดิ์บุรี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท มานะ พัฒนาการ จำกัด บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์คุณภาพ เปิดเผยถึงการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมเฟสล่าสุดในครั้งนี้ว่า จากความสำเร็จการขายโครงการเอสเพน คอนโด สุขุมวิท 105 (ลาซาล) เฟสเอ ส่งผลให้บริษัทฯ เดินหน้าพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ขึ้นต่อเนื่องทันทีภายใต้ชื่อ เอสเพน คอนโด สุขุมวิท 105 (ลาซาล) เฟสบี คาดปิดการขายไม่เกินไตรมาส 4 ของปี 2562 โดยบริษัทฯ มั่นใจว่าเทรนด์ของคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่แบบ Fully Furnished จะเป็นที่ต้องการของตลาดเพิ่มขึ้นอย่างมาก เพราะมีปัจจัยเชิงบวกหลายประการ อาทิ ไม่มีความเสี่ยงเรื่องการสร้างไม่เสร็จ สามารถเข้าอยู่หรือปล่อยเช่าได้ทันที จับต้องได้ถึงวัสดุ ส่วนกลาง และวิวห้องจริงที่จะซื้อได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งยังได้ผลตอบแทนเพิ่มอีกด้วย จึงเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนในยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี เกี่ยวกับมุมมองของ มานะ พัฒนาการ ต่อศักยภาพที่ดินในย่านลาซาล ศรีนครินทร์นั้น นายปสันน แสดงความเห็นต่อประเด็นดังกล่าวว่า ย่านนี้ถือเป็นทำเลศักยภาพใหม่ที่ปัจจุบันมีการพัฒนาอย่างมาก จากอดีตที่เคยเป็นทำเลหลักด้านโรงงานอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดใหญ่ แต่ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของชุมชนที่หนาแน่นแวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย

เนสกาแฟ เรดคัพ เปิดตัว “ออริจิน ซีเล็คชั่น” รุ่นลิมิเต็ด ครั้งแรกจาก Local to Globalของการยกร ระนองสู่คอลเลคชั่นกาแฟระดับโลก

เนสกาแฟ เดินหน้ายกระดับตลาดกาแฟผงสำเร็จรูป สร้างประสบการณ์สุดพิเศษให้กับคอกาแฟชงเองด้วยการเปิดตัว “เนสกาแฟ เรดคัพ ออริจิน ซีเล็คชั่น” ใหม่ รุ่นลิมิเต็ด ครั้งแรกของความร่วมมือของเนสกาแฟที่ได้สรรหาวัตถุดิบเมล็ดกาแฟโรบัสต้าคุณภาพจากชาวสวนกาแฟอำเภอกระบุรี จังหวัดระนองกว่า 500 ราย จากศูนย์รับซื้อเมล็ดกาแฟกระบุรี ที่ผ่านการติดตามเพื่อพัฒนาคุณภาพของเมล็ดกาแฟตั้งแต่การปลูก จนถึงการดูแลรักษา และเก็บเกี่ยวจากนักวิชาการเกษตรของเนสกาแฟ  ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของกาแฟไทย เพื่อผลิตกาแฟ รุ่นลิมิเต็ดที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดดเด่นด้วยกาแฟคุณภาพรสเข้ม หอมกลมกล่อม สุดพิเศษ ตอบโจทย์รสชาติกาแฟที่ชื่นชอบของคอกาแฟไทย พร้อมเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับชาวสวนกาแฟ สนองนโยบายจังหวัดระนองในการสนับสนุนการปลูกกาแฟสู่พืชเศรษฐกิจหลักของจังหวัดด้วย ธนธร พันพานิชย์กุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาดอาวุโส กลุ่มผลิตภัณฑ์เนสกาแฟ ครีมเทียม และเนสที บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด กล่าวว่า “ปัจจุบันเราพบว่า คอกาแฟไทยให้ความสำคัญกับการเลือกดื่มกาแฟที่มีคุณภาพ และมีเอกลักษณ์พิเศษเฉพาะตัวเพื่อเป็นสื่อกลางในการเชื่อมทุกความผูกพันให้กับผู้คนรอบตัว จึงเป็นที่มาของการเปิดตัว ‘เนสกาแฟ เรดคัพ ออริจิน ซีเล็คชั่น’ ใหม่ รุ่นลิมิเต็ด ในครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่เนสกาแฟประเทศไทย สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่จากแหล่งเพาะปลูกท้องถิ่นคุณภาพเพียงแหล่งเดียว และระบุชื่อแหล่งที่มาของเมล็ดกาแฟบนแพคเกจจิ้งด้วยความภาคภูมิใจ ในคุณภาพของกาแฟไทยที่ไม่แพ้ชาติใด นับเป็นการเปิดประสบการณ์อีกขั้นของการดื่มด่ำกาแฟคุณภาพ

Minmore Voltage คลังสินค้าไฟฟ้าครบวงจร  คลิกเดียวจบ

  Minmore Voltage (มินเมอร์ โวลเทจ) ผู้ให้บริการด้านงานไฟฟ้าครบวงจรในเขตภาคตะวันออกขยายฐานสู่ Omni-Channel แบบ O2O พร้อมเปิด eMarketplace ครบทั้งเว็บไซต์และโซเชียลมีเดีย ชี้จุดต่างที่ทั้งขายทั้งให้ความรู้ครบเครื่องให้ลูกค้าติดตั้งเองได้ ภายใต้แนวคิด Faster-Smarter-Better พลฑิต ปุณเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท มินเมอร์ โวลเทจ จำกัด กล่าวถึงกลยุทธ์และยุทธศาสตร์การตลาดของบริษัทฯ ว่า "Minmore Voltage รีแบรนด์จากธุรกิจครอบครัวของเราที่ชื่อ "ร้านเกษมพานิช" ซึ่งเป็นผู้ให้บริการและจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิดมากว่า 40 ปีที่ อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา พร้อมกันนี้ เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคยุค 4.0 และรองรับการซื้อ - ขายสินค้าให้กับลูกค้ารายย่อยจนถึงองค์กรใหญ่ เพื่อสร้างความพรัอมให้บริษัทก้าวสู่มาตรฐานระดับโลก ในฐานะที่เป็นทายาทรุ่นที่สอง เราจึงปรับยุทธศาสตร์ให้ธุรกิจครบเครื่องทางด้าน Omni-Channel แบบ O2O (Offline2Online) เจาะกลุ่มบริษัทขนาดกลาง ขนาดใหญ่และกลุ่มผู้ประกอบในเขตภาคตะวันออก พร้อมเปิด eMarketplace บนเว็บไซต์ www.clickminmore.com และช่องทางโซเชียลเน็ตเวิร์ก Line

อลิอันซ์ ผนึก ศรีอยุธยา แคปปิตอล เสริมแกร่งตลาดประกันในไทย

บริษัท อลิอันซ์ เยอรมนี ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของอลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต และบริษัท ศรีอยุธยา แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) (AYUD) ประสบความสำเร็จในการขยายความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในประเทศไทย มั่นใจเป็นบริษัทประกันที่แข็งแกร่ง มุ่งเน้นตอบสนองความต้องการด้านความคุ้มครองที่หลากหลายและเพิ่มมากขึ้นของลูกค้าในประเทศ อีกทั้งยังยกระดับการนำเสนอผลิตภัณฑ์ของอลิอันซ์ให้กับลูกค้าในภูมิภาคนี้อีกด้วย การควบรวมกิจการจะช่วยให้เกิด: การรวมบริษัทระหว่าง บริษัท อลิอันซ์ ประกันภัย จำกัด (มหาชน)และบริษัท ศรีอยุธยา เจนเนอรัล ประกันภัย จำกัด (มหาชน) กลายเป็นธุรกิจประกันภัยขนาดใหญ่ขึ้น พร้อมรับการเติบโตและนวัตกรรมในอนาคต บริษัทหลัก ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประกันภัยจะอยู่ภายใต้แบรนด์ อลิอันซ์ อยุธยา ถือเป็นการสร้างแบรนด์ให้เด่นชัดมากขึ้นในตลาดภายในประเทศ ทั้งยังเป็นการส่งมอบประสบการณ์มาตรฐานเดียวกันให้กับลูกค้า Allianz SE กลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดใน AYUD ความร่วมมือที่แนบแน่นของธุรกิจประกันชีวิตและธุรกิจประกันภัยในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มขนาดการลงทุนและสร้างนวัตกรรมในประเทศ ทั้งยังสร้างให้เกิดความมั่นใจว่าพันธมิตรจะร่วมกันกระตุ้นการเติบโตและส่งมอบมูลค่าที่เพิ่มมากขึ้นให้กับลูกค้าในประเทศไทย ในการควบรวมกิจการครั้งนี้ AYUD จะเปลี่ยนชื่อเป็น Allianz Ayudhya Capital PCL แต่ยังคงจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายใต้ชื่อ AYUD นอกจากนี้

“ปรีดา เรียล เอสเตส” เปิดแผนขึ้นแท่นเจ้าตลาดคอนโดย่านดอนเมือง นำร่องเปิดคอนโดสไตล์ไมอามี่ “กรีเน่ คอนโด ดอนเมือง-สรงประภา เฟส 2”

     “ปรีดา” เปิดแผนเจ้าตลาดคอนโดย่านดอนเมือง นำร่องเปิดโครงการกรีเน่ คอนโด ดอนเมือง-สรงประภา เฟส 2 มูลค่า 1,000 ล้านบาท ชูจุดขาย Vacation Condo สร้างบรรยากาศแหล่งท่องเที่ยวสไตล์ “เดอะ ไมอามี่” ในที่อยู่อาศัยตลอด 365 วัน พร้อมพื้นที่ส่วนกลางถึง 8 ไร่   ปิติพัฒน์ ปรีดานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ปรีดาโฮลดิ้ง จำกัด ผู้พัฒนาธุรกิจโครงการคอนโดมิเนียม แบรนด์กรีเน่ คอนโด (GRENE CONDO) เปิดเผยว่า หลังจากประสบความสำเร็จในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยย่านดอนเมืองอย่างต่อเนื่องจากโครงการกรีเน่ คอนโด ดอนเมือง-สรงประภา เฟส 1 ทำให้บริษัทเข้าใจสภาพตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคในย่านดังกล่าวเป็นอย่างดี จึงมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในย่านดังกล่าวอีก คือโครงการกรีเน่ คอนโด ดอนเมือง-สรงประภา เฟส 2 และเฟส 3 ตามลำดับ มูลค่ารวม 3

สำนักงานเกษตรจังหวัดนครนายก ยกทีมชาวสวน ศึกษาดูงานแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรภาคตะวันออก

สำนักงานเกษตรจังหวัดนครนายกจัด "กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว" ภายใต้  "โครงการแปรรูปและสร้างมูลค่าเพิ่มเกษตรอุตสาหกรรม โดยใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี กิจกรรมหลักพัฒนาการผลิตและส่งเสริมการตลาดมะยงชิด มะปรางหวาน นครนายก "มะยงชิดโมเดล"  งบพัฒนาจังหวัดนครนายก ปีงบประมาณ 2562"  เพื่อให้ชาวสวนนครนายกได้ศึกษาดูงานแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร พร้อมกับนำความรู้ไปพัฒนาต่อยอดกับสวนของตนเองในอนาคต โดยเฉพาะกับการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร 12149

Top