You are here
Home > Leisure > 25th Hours > เสี้ยวชีวิตหนึ่ง… ในแดนบู๊ตึ๊ง

เสี้ยวชีวิตหนึ่ง… ในแดนบู๊ตึ๊ง

ดร.อัญชลี กิ๊บบิ้นส์
นอกจากการเป็นนักวิชาการด้านการตลาดแล้ว เธอยังเป็นยอดหญิงมหัศจรรย์ นิยามตนเองเป็นนักรบเบิกบาน เก่งกาจทั้งเรื่องปรัชญา ล้านนา ศาสนา และจีนศึกษา และมีไลฟ์สไตล์แบบเฉพาะตัวที่น่าสนใจ

“เมื่อใดที่เราเห็นแสงแรกของท้องฟ้า เมื่อนั้นคือห้วงเวลาที่ชีวิตจุติมาเกิดบนแดนมนุษย์”

วิถีเต๋า เชื่อว่า มนุษย์มาจากแดนสวรรค์ ก่อนที่จะเกิดเป็นมนุษย์ จิตนั้นบริสุทธิ์สะอาด พลังชีวิตนั้นเป็นพลังจากธรรมชาติมิใช่พลังที่ปรุงแต่งขึ้นจากกระบวนการทางสมองเรื่องราวของการสร้างสมพลังชีวิต … คือ… จุดเริ่มต้นที่ทำให้เราอยากเข้าไปพัวพัน คลุกคลีกับความเป็นเต๋า อย่างใกล้ชิดลุ่มลึก

ประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ เป็นประเทศที่ข้าพเจ้าใช้ชีวิตแทบค่อนชีวิตที่นั่น จากมัชฌิมวัย ที่เข้าไปทำงานบริหารธุรกิจในยุคที่จีนรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ เมื่อครั้งเปิดประเทศได้ไม่นานในช่วงปี ค.ศ. 1998 เกือบสองทศวรรษที่ชีวิตเดินทางในวังวนแห่งวัตถุนิยม แต่ก็ได้ซึมซับรับปรัชญาแห่งการดำเนินชีวิตมาอย่างหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นมิติแห่งความแข็งกร้าว เพื่อการดำรงอยู่ท่ามกลางการแข่งขันอย่างสูงทางเศรษฐกิจ มิติแห่งความเจนจัด เข้าใจผู้คนจากหลากหลายวัฒนธรรม มิติแห่งความอ่อนน้อมถ่อมตน เพื่อเรียนรู้ศิลปวิทยาและศาสตร์โบราณจากหมู่ปราชญ์ในจีนแผ่นดินใหญ่ ที่ซ่อนเร้นในมุมที่ตัดขาดจากการพัฒนาแบบก้าวกระโดด

ไม่อยากจะเรียกว่าเป็นโลกที่ถูกลืม หากแต่เป็นสวรรค์บนแดนมนุษย์ที่น้อยคนจะค้นพบ การมีโอกาสได้พาชีวิตเสี้ยวหนึ่งก้าวสู่การเป็นศิษย์กังฟูดั้งเดิมวิถีเต๋าแห่งเทือกเขาบู๊ตึ๊ง ในสำนักซานเฟิง ของ มาสเตอร์หยวนซิวกัง ได้เล่าเรียนและฝึกฝนวิทยายุทธ์ในยุคโลกาภิวัตน์อย่างจริงจัง จนเป็นหนึ่งในผู้สืบทอดที่ได้เข้าพิธีกราบคารวะปรมาจารย์ ตามขนบดั้งเดิมของสายเต๋าที่มีการสืบทอดกันมายาวนานนับพันปี

เริ่มต้นขึ้นราวกลางปี ค.ศ. 2012 ชีวิตของข้าพเจ้าได้เข้าไปสัมผัสวิถีดั้งเดิมของการเรียนกังฟูหรือวิชากำลังภายใน การเดินทางไปถึงเมืองบู๊ตึ๊งมิได้ง่ายอย่างที่คิด

จึงไม่ประหลาดใจว่า ไม่ค่อยจะได้เห็นคนไทยเดินทางไปท่องเที่ยวกันมากนัก ครั้งแรกของการเดินทางไปถึงสำนักฝึกเรียนกังฟูของท่านมาสเตอร์หยวนซิวกัง ณ เมืองบู๊ตึ๊ง มณฑลหูเป่ย

ข้าพเจ้าใช้เส้นทางบินจากเมืองเซี่ยงไฮ้เข้าไปเมืองเซียงหยาง ตามคำแนะนำของอาจารย์ท่านเจ้าสำนัก เพราะจากสนามบินเมืองเซียงหยางจะใช้เวลาเดินทางทางรถอีกประมาณสองชั่วโมงเศษก็จะถึงสำนักของท่านที่เหลี่ยมเขาในเมืองบู๊ตึ๊ง มณฑลหูเป่ย

คงต้องย้อนเล่าถึงชื่อเมืองเซียงหยางสักเล็กน้อย มิฉะนั้นแล้ว หลายท่านอาจจะสับสน เนื่องจากว่าเมืองนี้เดิมมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าเมืองเซียงฝ่าน ซึ่งเกิดจากการรวมชื่อเมืองโบราณสองเมืองที่อยู่ติดกันเข้าด้วยกัน คือ เมืองเซียงหยางกับเมืองฝ่านเฉิง ปัจจุบัน ชื่อเมืองและชื่อสนามบินก็จะใช้ว่า เมืองเซียงหยาง แต่บนตั๋วเครื่องบินจะยังคงใช้ชื่อเดิมว่า เมืองเซียงฝ่าน เมื่อทราบเช่นนี้ก็จะมิสับสนหรือเป็นกังวลว่าจะไปผิดเมือง

เปิดพระอารามห้ามังกร เข้าสู่แดนนักพรตแดนปราชญ์ แห่งหมู่เทือกเขาบู๊ตึ๊ง
การกลับไปฝึกเรียนวิชากังฟูดั้งเดิมสายเต๋า ณ เมืองบู๊ตึ๊งคราใด อารามห้ามังกรอยู่ในใจเสมอ เป็นเป้าหมายทางพันธจิตว่าจะต้องไปให้ถึง อารามแห่งนี้อยู่บนอีกเหลี่ยมเขาในหมู่เทือกเขาบู๊ตึ๊ง เรียกชื่อว่า “ยอดเขาห้ามังกร” (五龙宫) ข้าพเจ้าพยายามเสาะหาวิธีและสอบถามเส้นทางที่จะเดินทางไปให้ถึงอารามห้ามังกรแห่งนี้ทุกปีก็มักจะได้รับคำตอบว่า เดินทางไปยาก ไม่มีรถประจำทางผ่าน ต้องหาเช่ารถไปเอง และก็ไม่แน่ใจว่า รถนั้นจะรอรับกลับไหม ที่สำคัญไปถึงแล้ว ปากประตูทางที่จะต้องเดินขึ้นไปนั้นเปิดหรือเปล่าไม่มีใครทราบได้

อีกอย่างอารามห้ามังกรซึ่งเป็นอารามสายเต๋าแห่งแรกของบู๊ตึ๊งนี้ที่ถูกปิดมานาน เนื่องจากสภาพอันเก่าแก่ทรุดโทรมและประสบอัคคีภัยหลายต่อหลายครั้ง คงเหลือก็แต่ซากปรักหักพังของโบราณสถานที่ทรุดโทรมที่มีอายุพันกว่าปี

เส้นทางเดินขึ้นก็รกร้างเป็นฉากหนังภาพยนตร์จีนกำลังภายในฟอร์มใหญ่ๆ อยู่หลายเรื่อง ภายในวิหารใหญ่มีเทพเจินอู่ขนาดใหญ่ เทพสูงสุดสายเต๋าประดิษฐานอยู่ และยังคงมีนักพรตเต๋าบำเพ็ญอยู่ในอารามนั้นแม้จะมีจำนวนไม่มากนัก แต่มีท่านหนึ่งอายุ 90 กว่าปี และยังคงวิ่งขึ้นลงกุฏิท่านเองอย่างคล่องแคล่ว ข้าพเจ้าอดทนรอเป็นเวลาห้าปีเต็ม และเป็นปีสุดท้ายของการไปฝึกเรียนวิชากำลังภายใน ก่อนที่ข้าพเจ้าจะเข้าร่วมพิธีมอบตนรับกระบี่ผู้สืบทอดเป็น ศิษย์กังฟูสายเต๋า สำนักซานเฟิง อย่างเป็นทางการ พร้อมรับฉายาเต๋าในปีถัดมา

ข้าพเจ้าเชื่อในเรื่องห้วงเวลากับการเกิดขึ้นของสิ่งต่างๆ ในชีวิต เมื่อห้วงเวลาที่เหมาะสมมาถึงความปรารถนาก็จักประสบผล หากไม่ถึงเวลาแล้วไซร้ ถึงจะดิ้นรนเพียงใดก็มิอาจได้สมปอง วิถีเต๋าสอนข้าพเจ้าเรื่องห้วงเวลาและความอดทนรอเยี่ยงนี้

ข้าพเจ้าสอบถามเพื่อนร่วมสำนักเรียนกังฟูมาโดยตลอด มีความพยายามที่จะเดินทางขึ้นไปให้ถึงยอดเขาห้ามังกรให้ได้หลายต่อหลายครั้งไม่เคยเป็นผล จนปีสุดท้ายของการกลับไป ด้วยความศรัทธาส่วนตัวของข้าพเจ้าที่มีต่อจักรพรรดิในสมัยราชวงศ์ถังที่ส่งเสริมและสร้างความแข็งแกร่งรุ่งเรืองให้กับศาสนาสำคัญๆ ในโลก ทั้งศาสนาเต๋าและศาสนาพุทธในลำดับต่อมา สมัยราชวงศ์ถังทั้งตัวจักรพรรดิเองและผู้คนในราชสำนักเคร่งครัดในการศึกษาและปฏิบัติธรรม

อีกทั้งการศึกษาปรัชญาคำสอนอย่างไม่หย่อนท้อ ซึ่งปรากฏผ่านสถานที่สำคัญๆ ที่หลงเหลืออยู่ สถานที่แห่งนี้ก็เช่นกันเป็นมรดกสืบมาแต่ครั้งราชวงศ์ถัง มีหลักฐานปรากฏบันทึกว่าสร้างและเสร็จสมบูรณ์ในสมัยของจักรพรรดิองค์ที่สองแห่งราชวงศ์ถัง คือ สมัยของ จักรพรรดิถังไท่จง(唐太宗) หรือ หลี่ชื่อหมิน(李世民) ราวๆ 1300 กว่าปีก่อน

จักรพรรดิถังไท่จงได้ชื่อว่าเป็นจักรพรรดิที่โดดเด่นอย่างยิ่งในสมัยราชวงศ์ถัง ด้วยพระปรีชาสามารถทั้งการยุทธ์ ปรัชญา และการเขียนอักขระ เรียกว่า เชี่ยวชาญทั้งฝ่ายบู๊และฝ่ายบุ๋น มี แม่นาง อูเจ๋อเทียน (武则天) หรือที่เรามักคุ้นกันในชื่อ “แม่นางบูเช็กเทียน” เป็นพระสนมของท่าน จักรพรรดิถังไท่จงมีศรัทธาในพระศาสนาและการศึกษาปรัชญาอย่างมาก ได้สละพื้นที่บางส่วนของพระราชวังที่อยู่บนเนินเขาสร้างวัดห้ามังกรแห่งนี้ขึ้น เป็นวัดสายเต๋าแห่งแรกบนเทือกเขาบู๊ตึ๊ง สร้างมาก่อนยาวนานกว่าหลายๆ วัดที่โด่งดังในวันนี้ที่บู๊ตึ๊ง ไม่ว่าจะเป็น อารามสีม่วง (紫霄宫) และอารามผาใต้ (南岩宫)

ภายในอารามห้ามังกรนี้ ว่ากันว่า มีบ่อน้ำห้าบ่อ ซึ่งบันทึกไว้ว่า คือ ที่อยู่ของมังกรทั้งห้า ที่คอยช่วยดูแลให้มีน้ำอุดมสมบูรณ์ตลอดปี ข้าพเจ้าเองได้เห็นอยู่สองบ่อใหญ่ น้ำใสมาก ใสตลอดปี แต่ก็จะเป็นน้ำแข็งยามเหมันตฤดูมาเยือน

จริงๆ แล้วข้าพเจ้ามีโอกาสได้เห็นอารามห้ามังกรและยอดเขาห้ามังกรที่มีป่าสนอันงดงามนี้มาก่อนแล้ว จากภาพยนตร์จีนเกี่ยวกับเรื่องราวของคนกังฟูบู๊ตึ๊งที่ชื่อว่า 大武当之天地密码 หรือชื่อภาษาอังกฤษกำกับว่า Wudang (อูตัง หรือ บู๊ตึ๊ง) เผยแพร่สู่สาธารณะเมื่อปี ค.ศ. 2012

เพื่อนสายเต๋าผู้เป็นพระนักพรตท่านหนึ่ง เมตตาจัดเตรียมประสานกับทางพระในอารามห้ามังกรให้เราได้เข้าไปทั้งที่ยังคงถูกปิดอย่างเป็นทางการในขณะนั้น คือ ยังไม่เปิดให้สาธารณชนเข้าเยี่ยมชมเพราะกำลังอยู่ในระหว่างการบูรณ-ปฏิสังขรณ์ (ปัจจุบันเปิดให้สาธารณชนเข้าเยี่ยมชมได้แล้ว) พระที่อารามเมตตาจัดเตรียมอาหารมังสวิรัติมื้อกลางวันไว้ให้ เราแค่นำปัจจัยเล็กน้อยเข้าไปให้เขา แต่ต้องเตรียมกระบอกน้ำดื่มไปกันเอง เพราะรถที่จะพาเราไปนั้น สามารถไปส่งถึงเพียงแค่ตีนเขา เราจะต้องปีนป่ายและเดินเท้ากันขึ้นไป ใช้เวลาชั่วโมงเศษในการเดินขึ้น ไปถึงบริเวณประตูทางเข้าพระอาราม เห็นร่องรอยความยิ่งใหญ่ของกำแพงและซุ้มประตูที่งดงามแผ่นหินขนาดใหญ่จารึกคำสอนและปรัชญาสายเต๋า เรียงรายในแต่ละทิศ สะท้อนเห็นถึงความยิ่งใหญ่งดงามในอดีตกาลเมื่อครั้งแรกสร้าง ทว่ายังคงความมีมนต์ขลังอันศักดิ์สิทธิ์อยู่ในทุกอณูที่นี่ ท่ามกลางความผุกร่อนและความรกร้างแต่ละวิหารน้อยใหญ่ถูกสร้าง จัดวางตามลักษณะของพระราชวังโบราณ แต่ละวิหารแต่ละส่วนจะถูกแบ่งกั้นด้วยประตูขนาดใหญ่เรียงรายต่อกัน ลึกเข้าไปจนสุดขอบเนินเขา ด้านในสุดพิงกับหน้าผา บริเวณเกือบใจกลางพระอาราม ก่อนที่จะถึงพระวิหารใหญ่ด้านในสุด อันเป็นวิหารที่เทพเจินอู่ขนาดใหญ่ประดิษฐานอยู่ภายใน มีวิหารสร้างจากไม้ทั้งหลัง งดงามมาก บริเวณนี้เราสามารถเข้ามากราบคารวะเทพเจินอู่องค์เล็กได้

หลังจากพักรับประทานอาหารกลางวันที่พระสายเต๋าจัดเตรียมไว้ให้ เริ่มพอมีกำลัง เราก็เริ่มปรึกษากันในหมู่ศิษย์พี่ศิษย์น้องที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันครั้งนี้ว่า เราจะปีนถึงยอดเขาห้ามังกรกันในวันนี้ ใครพร้อมก็ไปด้วยกัน ใครไม่พร้อมก็อยู่ฝึกไท้เก๊กบนลานวัดที่เนินเขานี้รอไป ทุกคนที่ร่วมทางมาตัดสินใจไม่แตกแถว ไปไหนไปกัน จากบริเวณโรงฉันข้างพระวิหารไม้ พวกเราจะต้องใช้เวลาถึงสี่ชั่วโมงเต็ม ที่จะเดินขึ้นไปถึงยอดเขาห้ามังกร จุดหมายที่ใฝ่ฝันและรอคอยมาตลอดห้าปีเต็มของข้าพเจ้า ข้างกายของศิษย์เรียนกังฟูแทบทุกคนมีขลุ่ยต้งเซียว ขลุ่ยไม้ไผ่สีม่วงที่ยาวเกือบหนึ่งเมตร เป็นเครื่องดนตรีโบราณของสายเต๋าที่เราได้เรียนร่วมกัน การเป่าขลุ่ยต้งเซียวมีประโยชน์ทั้งการฝึกใจสงบและฝึกลมปราณ และอีกสิ่งสำคัญคือกระบอกน้ำร้อน ข้าพเจ้ากับบรรดาศิษย์พี่เริ่มต้นเดินเท้าขึ้นกันตอนสิบเอ็ดนาฬิกาเศษ ขึ้นถึงยอดเขาห้ามังกรก็ประมาณบ่ายสามโมง อากาศระหว่างทางร้อนสลับหนาว ซึ่งเป็นธรรมชาติของสภาพอากาศในขุนเขาที่แปรปรวนตลอดเวลา ประทับใจเส้นทางเดินที่ทางรัฐบาลจีนเริ่มสร้างไว้อย่างกลมกลืนกับสภาพทางภูมิศาสตร์ของขุนเขาที่นี่ เลาะเลี้ยวคดไปตามทางของป่าสน เส้นทางนี้เมื่อเสร็จสมบูรณ์จะสามารถเดินต่อไปจนเชื่อมถึงทางขึ้นยอดเขาบู๊ตึ๊งได้ เสียงสัตว์ป่ามากมาย สารพัดเสียง ได้เห็นนกป่ามากมาย

ข้าพเจ้ามิได้เชี่ยวชาญเรื่องสัตว์ป่ามากนัก เลยไม่ได้สนใจว่าคือสัตว์ชนิดใด บางจุดเป็นลานหินเรียบขนาดใหญ่กว้างขวางยื่นไปในหุบเขา เล่นเอาพวกเราอดไม่ได้ที่จะพร้อมใจกันรำมวย ไท้เก๊กเติมพลังกันบนหน้าผา ศิษย์พี่คนหนึ่งเป่าขลุ่ยต้งเซียวพริ้วบรรเลงเพลงที่สงบเย็น ลืมความเหนื่อยไปสิ้นเชิง เราพยายามหาทางลัดกันตลอดเวลาเพื่อย่นเวลาการเดินทาง แต่ก็ไม่พบ และพวกเราเองก็ตัดสินใจว่า ควรเดินไปตามทางนี่แหละ เกิดพลัดหลงไปคงไม่เป็นการดีแน่ เราได้พบหมู่ถ้ำมากมายเป็นระยะๆ ซึ่งเชื่อว่าในยุคก่อนนั้นสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่ปรมาจารย์สายเต๋าหลายท่าน องค์ชายและจักรพรรดิสมัยโบราณใช้เป็นที่ฝึกบำเพ็ญธรรม แม้แต่เมื่อนึกย้อนไปถึงพระอาราม ที่อยู่บริเวณเนินเขา ก็มีการขุดห้องใต้ดินต่อๆ กัน เป็นอุโมงค์เชื่อมต่อกันใต้พระวิหาร เพื่อใช้เป็นที่บำเพ็ญของนักพรตสืบมาจนถึงในสมัยราชวงศ์หมิงตามคำบอกเล่าของศิษย์พี่

การปีนป่ายพากันขึ้นไปจนถึงบนยอดเขาเห็นทั้งถ้ำและกระท่อมนักพรตที่ทิ้งร่องรอยให้เห็นความเป็นอยู่และการใช้ชีวิตของนักพรตสายเต๋าที่เรียบง่ายและมีศรัทธาในการฝึกกายบำเพ็ญใจ ท่ามกลางธรรมชาติที่งดงามตามธรรมชาติ ไม่มีการออกแบบภูมิทัศน์จากฝีมือมนุษย์ ต้นไม้ใหญ่ที่มีอยู่ก็ดูเหมือนอายุราวพันกว่าปียังคงยืนต้นให้เห็นด้วยรูปทรงที่งดงาม

เราขึ้นถึงยอดเขาหลังจากใช้เวลาเกือบสี่ชั่วโมงเต็ม และก็พบว่า มันว่างเปล่า ว่างเปล่าจริงๆ แต่หลายสิ่งที่พบพานอยู่บนระหว่างทางของการเดินทางมาถึงยอดต่างหากที่เป็นความวิเศษ

บทสนทนาธรรมของเรากับศิษย์พี่ยามที่เราพักจิบชาร้อนๆ กันกลางป่าเป็นเสมือนอีกมิติของห้วงเวลาในชีวิตข้าพเจ้า ยิ่งตอกย้ำให้เรียนรู้ว่า ผู้ร่วมทางบนทางบำเพ็ญนั้นมิใช่ใครก็ได้ หากต้องเป็นผู้รักการบำเพ็ญเช่นกันจึงจะนำพาให้การปฏิบัติและการเดินทางเป็นไปอย่างเบิกบาน ฉะนั้นแล้วหากใครหวังเพียงแต่เร่งรีบปีนป่ายจะไปให้ถึงยอด หวังกอบโกยหรือหวังได้มาพบสิ่งวิเศษบนยอดเขาก็คงจะได้เรียนรู้อย่างข้าพเจ้าว่า

เกี่ยวกับผู้เขียน
ดร. อัญชลี กิ๊บบิ้นส์ ปัจจุบันเป็นนักเขียน นักวิชาการอิสระ และเป็นผู้ก่อตั้ง “เรือนกายเรือนใจ” ณ บ้านพระธาตุ ต.แม่แฝก อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ สำนักฝึกเรียนกัมมัฏฐานผสานกำลังภายในที่ไม่แสวงหากำไร ใช้ชีวิตเรียบง่าย พัฒนาตนและพัฒนาคนอื่นด้านวิชาฝึกลมปราณสายเต๋า มวยไท้เก๊ก ดนตรีจีน การเขียนอักขระจีน ศิลปะการแสดงและศิลปะการป้องกันตัววิถีชาติพันธุ์ไทใหญ่ และสรรพวิชาที่มุ่งบริหารกายและใจให้กลับสู่สมดุลยภาพและสร้างสมพลังด้านดีให้ชีวิต

Comments
Top