You are here
Home > Business Leisure > B-Talk > เสาวณี อังกูรพิพัฒน์ พรสันติ นำทัพรุกตลาดบ้านให้ LPN

เสาวณี อังกูรพิพัฒน์ พรสันติ นำทัพรุกตลาดบ้านให้ LPN

ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวอย่างเชื่องช้านับแต่ปี 2014 และทำให้ภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ต้องอาศัยมาตรการของรัฐเป็นตัวขับเคลื่อนจึงจะผลักดันให้เกิดอุปสงค์ได้ ช่วงเวลาที่ท้าทายเช่นนี้ทำให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ต้องปรับยุทธศาสตร์ของตนเอง รวมทั้ง บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ LPN บริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับแนวหน้าของประเทศไทยที่ทำทั้งโครงการแนวสูงและโครงการแนวราบที่ประกาศวิสัยทัศน์ “ปีแห่งการปรับเปลี่ยน” หรือ Year of Shift ที่เป็นการปรับเปลี่ยนวิถีทางในการดำเนินธุรกิจอย่างชัดเจนและพร้อมกันทุกองคาพยพ ตั้งแต่วิสัยทัศน์ นโยบายในการดำ เนินงานของบริษัทและบริษัทในเครือ ตลอดจนกระบวนการปฏิบัติงาน ทั้งนี้ บริษัท พรสันติ จำกัด ธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยแนวราบและเป็นบริษัทในเครือถือเป็นอาวุธที่สำคัญชิ้นหนึ่งที่ LPN ใช้รุกตลาดในปี 2562 ภารกิจที่เต็มไปด้วยความท้าทายที่มี เสาวณี อังกูรพิพัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท พรสันติ จำกัด รับหน้าที่เป็นแม่ทัพรบในตลาดแรวราบ เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมาย 1 หมื่นล้านบาทในส่วนที่เกี่ยวข้องกับแอลพีเอ็นกรุ๊ปที่เกี่ยวกับบ้านและพรสันติ

ที่มาของ Shift to Change  ของ LPN ที่พรสันติต้องดำเนินตามคืออะไร

             “Shift to Change” เป็นการกำหนดยุทธศาสตร์ของ แอลพีเอ็น กรุ๊ป ที่สานต่อจากปี 2560 ที่บริษัทได้กำหนดให้เป็น “ปีแห่งการปรับเปลี่ยน” (Year Of Shift) โดยได้มีการปรับทิศทางการดำเนินงานของบริษัทให้สอดรับกับวิสัยทัศน์และสถานการณ์ต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยแบ่งกลุ่ม 5 บริษัทในเครือออกเป็น 2 ประเภท คือ กลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มธุรกิจให้บริการ เพื่อให้ทุกบริษัทได้ใช้ศักยภาพและความเชี่ยวชาญของตนเองในการพัฒนาและส่งมอบสินค้าและบริการคุณภาพให้กับลูกค้า และเป็นยุทธศาสตร์ที่มี คุณโอภาส ศรีพยัคฆ์ เป็นผู้ขับเคลื่อนในฐานะที่เข้ารับตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คนใหม่ควบตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ เมื่อเดือนมกราคม 2019 ที่ผ่านมา  

จากแนวทางการดำเนินงานในปี 2561 ที่บริษัทมุ่งมั่นที่จะเป็นบริษัทผู้พัฒนาที่พักอาศัยในเมือง (Affordable House) ที่มีการบูรณาการอย่างครบถ้วนและครบวงจร ผ่านประสบการณ์และความเป็นมืออาชีพที่สั่งสมมาตลอด 30 ปี เพื่อสร้างที่อยู่อาศัยคุณภาพ ตลอดจนส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีภายใต้แนวคิด “ชุมชนน่าอยู่เพื่อคนทุกวัย”

ขณะที่ บมจ.แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ ก็กำหนดกลุ่มเป้าหมายในการพัฒนาโครงการใหม่ จากกลุ่มกลางถึงกลาง-ล่างเดิมเป็นกลุ่มกลางถึงล่าง-บน ซึ่งจะส่งผลต่อการเลือกทำเลและขนาดในการพัฒนาโครงการ รวมไปถึงการปรับกลยุทธ์ทางการตลาดและที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือ การปรับภาพลักษณ์ตราผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับการปรับเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายข้างต้น พ

สำหรับบริษัท พรสันติ จำกัด ซึ่งดูแลการพัฒนาโครงการแนวราบ เราก็ยังมุ่งนโยบายที่จะเพิ่มรายได้เพื่อทดแทนรายได้ของอาคารชุดพักอาศัย พร้อมพัฒนาระบบการก่อสร้างเพื่อเพิ่มผลผลิตให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

เป้าหมายรายได้ที่ LPN และพรสันติวางไว้เป็นอย่างไร

สำหรับเซ็นเม้นท์ของล้าน เราตั้งเป้าในปี 2020 เป็น 1 หมื่นล้านบาทในส่วนของแอลพีเอ็นที่เป็นบ้านพักอาศัยซึ่งประกอบด้วย บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม โดยรวมในมุมของพรีเมี่ยมทั้งหมด จากเป้าหมายนี้เราได้ขยับสัดส่วนรายได้ระหว่างบ้านพักอาศัยกับคอนมิเนียมจากเดิม 50/50 เป็นสัดส่วนรายได้ที่มาจากบ้านพักอาศัย มากขึ้น

ทั้งนี้ เรามองจากสภาพโดยรวมที่ภาวะตลาดคอนโดมิเนียมมีการแข่งกันกันอย่างรุนแรงและกลุ่มผู้ซื้อจะเป็นนักลงทุนมากกว่า ขณะที่กลุ่มผู้ซื้อบ้านเป็นความต้องการจริง (Real Demand)

สำหรับพรสันติ เราจะจับตลาดไม่เกินระดับราคา 2-10 ล้านบาทและเป็นกลุ่ม Real Demand เพราะคนไทยอย่างไรเสียก็ยังต้องการซื้อบ้านพักอาศัยอยู่

 

โครงการที่จะเปิดตัวในปี 2562

เราเตรียมเปิดตัวโครงการที่ท่าข้าม ซึ่งเป็นโครงการที่ขยายจากเดิมที่เรามีโครงการท่าข้าม ซอย 7 มาแล้วและมียอดขายถึง 80% แล้ว ด้วยโครงการบ้านแฝด ท่าข้าม ซอย 21 ติดท่าข้ามเลย – ไม่ได้เข้าซอย ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับแผนคาดว่าจะเปิดตัวได้ประมาณกลางปีนี้ จากนั้นก็จะมาต่อที่โครงการที่โซนสุขุมวิท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษา

ความท้าทายของการทำตลาดบ้านพักอาศัยในปี 2019 คืออะไร

จริงๆ ความท้าทายไม่ได้อยู่ที่ทำเล แต่อยู่ที่ตำแหน่งทางการตลาดของโปรดักท์ โดยเฉพาะบ้านพักอาศัยระดับราคาต่ำกว่า 2 ล้านบาทจะเป็นระดับราคาที่หนักใจ ทั้งที่จริงแล้ว ตลาดมีดีมานด์สูงมาก ทุกรายที่เข้ามามีความต้องการ อยากได้ สนใจ แต่เมื่อต้องยื่นขอสินเชื่อก็จะมีปัญหาเรื่องการโอน

ดังนั้น ในช่วงหลังเราจึงแก้ปัญหาด้วยการให้ลูกค้า Pre-Approve ก่อนการขายจริง เพื่อดูแนวโน้มว่า ลูกค้ารายนั้นๆ มีแนวโน้มที่จะขอสินเชื่อได้หรือไม่ ถ้าผ่านได้ค่อยให้จอง

ขณะที่กลุ่ม 5 ล้านบาทไม่ค่อยมีปัญหานี เนื่องจากการขอสินเชื่อมักจะเป็นการกู้ร่วม เช่น สามีภรรยาที่มีรายได้ประมาณ 2-3 หมื่นบาท เมื่อสองคนรวมกันก็มีรายได้ประมาณ 5-6 หมื่นบาทก็สามารถกู้ร่วมได้อ เมื่อเทียบกับบ้านระดับราคา 2 ล้านบาท แม้กู้ร่วมบางทีก็ไม่ผ่านเพราะติดภาระหนี้ เช่น ผ่อนรถจักรยานยนต์ ผ่อนมือถือ ฯลฯ

สำหรับโครงการของพรสันติที่มีระดับราคา 5 ล้านบาทขึ้นไป คือ โครงการท่าข้าม 7 – โครงการลุมพินีทาวน์เพลส กับ ลุมพินีทาวน์พาร์ค บ้านแฝด 6 ล้านบาท ทาวน์โฮม 3-4 ล้านบาท ซึ่งเป็นกลุ่มที่ไม่มีปัญหาเรื่องการกู้

 

พฤติกรรมของคนซื้อบ้านระดับราคา 2 ล้านบาทเป็นอย่างไร

กลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่ซื้อบ้านหลังแรก ทำให้มีความคาดหวังกับโปรดักท์สูงและค่อนข้างพิถิพิกันกับการเลือกสรร ฉะนั้น เวลาส่งมอบงาน กลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่เช็ครายละเอียดมาก และแทบไม่น่าเชื่อว่า คนที่ซื้อบ้านระดับราคา 2-3 ล้านบาทจะว่าจ้างบริษัทที่ตรวจบ้านมาตรวจงานก่อสร้างเป็นเรื่องเป็นราว มีการตรวจรับจะตรวจกันมากกว่าสองครั้งขึ้นไป ฉะนั้น ในการทำแผนเพื่อเตรียมการรับโอนเราก็จำเป็นต้องเตรียมแผนเผื่อยาวออกไปประมาณ 1 เดือน และเผื่อเรื่องการรับรู้รายได้ไป  2 เดือน เนื่องจากการตรวจรับของลูกบ้านมักจะตรวจรับวันเสาร์อาทิตย์ ฉะนั้น เราก็ต้องให้ทีมงานให้บริการนัดทั้งเสาร์อาทิตย์

 

 บอกได้หรือเปล่าว่า ถ้าไม่เลือก พรสันติ คุณพลาดอะไรไป

ณ วันแรกที่ซื้อบ้าน แน่นอนว่า ก็จะมีการเปรียบเทียบกับโครงการในทำเลนั้นๆ  ถ้าหากความแตกต่างไม่ได้มีมากเท่าไร ลูกค้าก็จะมองปัจจัยทางด้านการดูแลลูกค้า เพราะบ้านเป็นโปรดักท์ที่อยู่ยาว ไม่เหมือนกับคอนโดมิเนียมที่ในระยะยาวอาจมีการขยับขยายไปอยู่ที่อื่น ดังนั้ ประเด็นนี้จึงมองกันเยอะ

ในฐานะที่ พรสันติ เป็นบริษัทในเครือของ LPN เราจึงได้รับอานิสงส์มาจากบริษัทแม่อย่างมาก โดยเฉพาะชื่อเสียงของ LPN จากโครงการคอนโดมิเนียมที่เกี่ยวกับ “ชุมชนน่าอยู่” ซึ่งเป็นการบริหารหลังการขายโครงการของเรา และป็นความเชื่อมั่นที่ลูกบ้านมีต่อโครงการ เพราะสำหรับการตัดสินใจซื้อเรื่องราคากับทำเลก็คงไม่แตกต่างกันเท่าไร แต่สิ่งที่ทำให้คนเข้ามาหา LPN คือ ชุมชนน่าอยู่” ซึ่งพรสันติก็นำมาสานต่อตามปรัชญาของบริษัทแม่เป็น “บ้านน่าอยู่”

อย่างไรก็ตาม เราก็ยอมรับอย่างหนึ่งว่า พฤติกรรมของผู้อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมอีกแบบหนึ่งแตกต่างจากพฤติกรรมของผู้อยู่อาศัยที่บ้าน อาทิเช่น กฎกติกาของคอนโดมิเนียมจะเข้มงวดมากกว่าบ้าน แต่ผู้อยู่อาศัยมีความรู้สึกเป็นเจ้าของน้อยกว่าคนที่อยู่บ้าน เพราะต้องอยู่ร่วมกันกับเจ้าของร่วมคนอื่นๆ ในอาคารอีกจำนวนมาก

ขณะที่ในมุมของบ้านกฎเกณฑ์จะไม่เข้มงวดเท่ากับคอนโดมิเนียม และนี่เป็นภาพรวมของตลาด ไม่ใช่เฉพาะของโครงการพรสันติ ผู้อยู่อาศัยในบ้านจะมีความรู้สึกเป็นเจ้าของสูง คิดว่า การทำอะไรในบ้านก็เป็นสิทธิของตนเอง ดังนั้น การบริหารก็จะต้องใช้หลักการที่แตกต่างกัน แต่ไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือคอนโดมิเนียม ผู้ซื้อก็ยังมั่นใจว่า พรสันติและ LPN จะยังสามารถบริหารโครงการให้ได้ดี รวมทั้งการบริหารโปรดักท์ นี่จึงเป็นประเด็นที่ทำให้ลูกค้าสบายใจว่า เราจะไม่ทอดทิ้งลูกค้า เนื่องจากลูกค้าก็รับรู้มาก่อนว่า โครงการต่างๆ ของแอลพีเอ็นนั้นเราดูแลลูกค้าดี

นอกจากนี้ จากการดูแลลูกค้า เราก็ใช้หลักการเดียวกันในการจับลูกค้าทุกเพศทุกวัยทั้งโครงการบ้านและคอนโดมิเนียม โดยเน้นการอยู่ร่วมกันกับผู้สูงอายุ ประเด็นนี้เป็นโฟกัสที่ คุณพิเชษฐ์ ศุภกิจจานุสันติ์  กรรมการผู้จัดการใหญ่ ของ LPN ให้ความสำคัญมากๆ โดยจะเข้ามาลงรายละเอียดว่า ขนาดห้องที่เหมาะสมควรเป็นอย่างไรจึงจะไม่อึดอัด อยู่ได้จริง การทำทางลาดหรือลดสเต็ปลงบ้าง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้สูงอายุมากที่สุด เพราะบ้านจะเป็นที่อยู่อาศัยของคน 3 Gen ที่ประกอบด้วยพ่อแม่-ลูก-ปู่ย่าตายาย ทั้งนี้ ในการออกแบบบ้าน เราจะค่อยๆ ปรับแบบ Minor Change โดยดูจากความเปลี่ยนแปลงของตลาด

 

เกณฑ์การเลือกทำเลของพรสันติเป็นอย่างไร

การทำโครงการบ้านของพรสันติ เราจะพยายามหาทำเลที่มีศักยภาพสามารถเข้าออกได้หลายทาง ไม่ได้เน้นเกาะเส้นทางรถไฟฟ้า เนื่องจากการคมนาคมระดับมวลชนได้ขยายตัวออกไปรอบนอก นี่จึงทำให้คนไม่จำเป็นต้องกระจุกกันอยู่แต่ในเมือง เพราะคนที่อยู่บ้านส่วนมากก็จะมีรถยนต์อย่างน้อยหนึ่งคัน หรือถ้าต้องเข้าซอยก็จะต้องมีทางเลือกให้สามารถเข้า – ออกทางอื่นๆ ได้หลายๆ ทาง คนไทยอย่างไรเสียก็ยังต้องที่อยู่อาศัยที่มีที่ดิน ดังนั้น ที่อยู่อาศัยจะไกลหน่อยก็ไม่เป็นไร แต่ต้องเดินทางไม่ลำบาก ต่อรถไฟฟ้าจากชานเมืองเพื่อเข้าเมืองได้ง่ายก็จะดี

อย่างไรก็ตาม การทำโครงการบ้านให้สามารถเกาะระดับราคา 3-10 ล้านบาทได้ ระดับราคาที่ดินที่ก็ต้องประมาณ 2-6 หมื่นต่อตารางวา สำหรับการทำโครงการบ้านของพรสันติเราจะเน้นซื้อที่ดินที่ระดับ 30 ไร่, 50 ไร่

เพราะถ้าเป็นที่ดินแปลงใหญ่อย่าง 50 ไร่ ที่ดินต่อตารางวาก็จะถูกลงอีกหน่อย

 

ปี 2562 พรสันติจะเน้นโฟกัสกับอะไรเป็นพิเศษ

ในการทำโครงการบ้าน มีปัจจัยที่เราต้องเผชิญคือ เราต้อง “ทำเร็ว – เสร็จเร็ว” แต่ขณะเดียวกัน การตรวจรับงานของลูกบ้านก็เข้มข้น จริงจัง .. ตรงนี้คือ โจทย์ที่พรสันติต้องโฟกัสในปีหน้าว่า เราต้องทำเร็ว เสร็จเร็วก็จริง แต่ต้องเนี้ยบ ละเอียด พิถีพิถันด้วย เนื่องจากจุดแข็งของ LPN อีกประการคือ เรามี LPN Team เป็นซัพพลายเออร์หลัก ฉะนั้น LPN Team ก็จะทราบปัญหาของการส่งมอบหลังก่อนๆ ว่าคืออะไร แล้วก็จะพยายามปิดจุดอ่อนให้ได้ เพื่อให้ส่งมอบได้เร็ว ตรงนี้ถือเป็นจุดแข็งของ LPN ที่นอกเหนือจากเรื่อง “ชุมชนน่าอยู่” แล้วก็คือ การมี LPN Team มาเสริมทัพให้เราแข็งแรงและเป็นทางลัดให้พรสันติสามารถทำงานเร็วและมีประสิทธิภาพ

Comments
Top