You are here
Home > Business Leisure > B-Talk > สมบัติ งามเฉลิมศักดิ์ PAPERSPACE : ปฏิวัติวงการ Interior ด้วยแพลตฟอร์ม

สมบัติ งามเฉลิมศักดิ์ PAPERSPACE : ปฏิวัติวงการ Interior ด้วยแพลตฟอร์ม

Pain Point ของมัณฑนากรที่คิดจะสร้างธุรกิจ Interior Design ของตนเองกลับไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคนในวงงานนี้ที่มักจะมีสัดส่วนของความเป็นศิลปินกันเต็มเปี่ยม ขณะที่ทักษะทางด้านธุรกิจหรือการสร้างสัมพันธ์กับลูกค้าโดยตรงนั้นน้อยมาก นี่จึงทำให้มัณฑนากรที่อยากจะเป็นผู้ประกอบการต้องใช้ความพยายามมากกว่าปกติกับธุรกิจซึ่งมีความเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์อยู่ในตัวเองเช่นนี้ แล้วถ้าได้งานหรือมีลูกค้าก็จะได้งานสเกลเล็ก ไม่ค่อยท้าทาย ต่างจากตอนที่เป็นพนักงานบริษัทที่จะได้รับงานสเกลใหญ่ มีความท้าทายมากกว่า นี่จึงทำให้หลายคนเลือกที่จะลดความเสี่ยงด้วยการทำงานประจำ

ตรงนี้ คือ ประสบการณ์ตรงของ สมบัติ งามเฉลิมศักดิ์ ผู้ร่วมก่อตั้ง PAPERSPACE ซึ่งเป็น Interior Design Start-up ที่เข้ามาปฏิวัติวงการและหวังปั้น PAPERSPACE เพื่อช่วยสร้างโอกาสให้ธุรกิจ Interior Design รายเล็กๆ ให้เติบโตและสามารถรับงานใหญ่และงานระดับสากลได้มากขึ้น

 

 

Q : อยากให้แบ่งปันประสบการณ์การทำงานกับบริษัทโลกอย่าง Google, facebook ฯลฯ

จากประสบการณ์ที่เคยออกแบบสำนักงานต่างๆ มาแล้วทั่วโลก รวมทั้งองค์กรบิ๊กเนม เราได้นำองค์ความรู้มาปรับใช้กับหลายๆ บริษัท ทั้งนี้ ยกตัวอย่างจากการทำงานกับ Google เราพบว่า Google เชื่อเกี่ยวกับนวัตกรรมสูงมากและเชื่อว่า ไอเดียดีๆ ไม่เคยเกิดขึ้นบนโต๊ะทำงาน ฉะนั้น Google จึงทำให้ที่ทำงานของตนเองไม่ใช่แค่โต๊ะทำงาน แต่ต้องสร้างแรงบันดาลใจให้กับพนักงานให้ได้มากที่สุด ซึ่งเรื่องนี้เราก็นำความรู้ตรงนี้มาปรับใช้กับสำนักงานหลายๆ แห่งในประเทศไทย อย่างเช่น สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ที่เราปรับโรงอาหารเดิมชั้น 5 ให้เป็น Co-Working Space เพื่อให้พนักงานได้ทานอาหาร ทานกาแฟ พูดคุยกัน และที่สุด คือ สร้างนวัตกรรมให้กับองค์กร

ขณะที่ facebook เป็นองค์กรที่เชื่อเรื่องการแบ่งปัน ด้วยแนวคิดนี้ทำให้ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา สำนักงานของ facebook ดูเหมือนไม่เสร็จสักที ซึ่งตรงนี้ facebook ได้ถ่ายทอดให้พนักงานขับเคลื่อนนวัตกรรมให้ facebook ตลอดเวลา

ส่วน AirBnB มีพนักงานแค่ 40 คน แต่ทุกคนไม่มีโต๊ะทำงานของตนเองเลย แต่ทุกคนทำงานผ่าน Acitivity Workplace นั่นคือโต๊ะทำงานถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับกิจกรรมที่พนักงานทำ ไม่ใช่ตำแหน่งของพนักงาน เช่น แม้คุณจะเป็นพนักงานขาย ฝ่ายบุคคล คุณอาจจะต้องการโต๊ะที่ไม่ซ้ำกัน เช่น โต๊ะส่งอีเมลในตอนเช้า โต๊ะสำหรับการประชุมในตอนบ่ายที่มี Conference Call ฉะนั้น พนักงาน 40 คนนี้ก็จะนั่งโต๊ะที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ

อย่างไรก็ตาม แม้เราจะมีองค์ความรู้หรือแนวคิดมาจากองค์กรระดับโลกนี้ แต่เราก็ไม่สามารถนำมันมาใช้กับประเทศไทยได้ 100%

 

Q : การทำงานกับบริษัทคนไทยมีความท้าทายอย่างไร

เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับชุดความคิด (Mindset) ของผู้บริหารโดยตรงว่า ผู้บริหารมองเห็นเรื่องต่างๆ เหล่านี้หรือไม่ อย่างบางองค์กรเชื่ออย่างสุดหัวใจว่า จะพาพนักงานไปได้อย่างที่ Google ทำก็ไปได้ตั้งแต่แนวคิดเรื่องการออกแบบจนถึงการก่อสร้าง แต่หากผู้บริหารที่เชื่อว่า ถ้าตนเองเป็นผู้บริหารระดับสูงแล้วจะต้องได้นั่งที่นั่งติดกระจก มีเลขา มีโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ ฯลฯ ถ้ายังมีแนวคิดแบบนี้ก็ไม่มีทางที่จะพาองค์กรไปสู่แนวคิดแบบบริษัทระดับโลกได้

สำหรับเรื่องนี้ facebook เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจ เนื่องจากโต๊ะทำงานของพนักงานธุรการจนถึงซีอีโออย่าง Mark Zuckerberg ก็นั่งโต๊ะทำงานแบบเดียวกันหมด เพียงแต่โต๊ะทำงานของที่นี่จะมีราคาแพงมากกว่าโต๊ะปกติถึงสองเท่า และใช้เก้าอี้ที่แพงที่สุดในท้องตลาด ราคาอาจถึง 5 หมื่น เนื่องจาก facebook ไม่ได้สนใจความซับซ้อนของคน แต่ผู้บริหารมองว่า ตนเองจะมอบอะไรให้กับพนักงานได้และอยากให้พนักงานใช้ของดีที่สุด ถ้าองค์กรแบบไหนเชื่อแบบ facebook, Google ก็จะไปได้

 

Q : ที่มาที่ไปของการได้ร่วมงานกับบริษัทระดับโลกเป็นอย่างไร

เมื่อสิบกว่าปีก่อนหลังจากที่จบ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ด้านการออกแบภายใน  มีเพื่อนที่ทำงานด้านแลนด์สเคป (ภูมิทัศน์) จากจุฬาและได้งานทำที่สิงคโปร์บอกให้ผมลองมาสมัครงานดู ผมก็ลองไปสมัครงานที่สิงคโปร์ .. ก็ไปแบบไม่รู้จักใคร มีเงินซื้อตั๋ว 5,000 บาท ถือเอกสารไปสมัครงานแล้วก็ไม่ได้งานด้วย … ก็กลับมากรุงเทพฯตั้งหลักใหม่

คราวนี้ เปลี่ยนวิธีใช้วิธีสมัครผ่านอีเมล จากนั้นก็มีอีเมลเรียกตัวไปสอบสัมภาษณ์และมีโอกาสได้ทำงานเป็นดีไซเนอร์ที่สิงคโปร์ตั้งแต่ปี 2001 แต่เนื่องจากบริษัทในสิงคโปร์มีการแบ่งงานกันอย่างชัดเจน เช่น บริษัททำบ้าน ทำโรงแรม ทำสำนักงาน ฯลฯ ผมเองมีโอกาสได้ทำงานกับบริษัทที่ทำเกี่ยวกับสำนักงาน แต่เมื่อลาออกไปทำงานกับบริษัทอีกแห่งที่มีฐานธุรกิจอยู่ที่อินเดีย แต่ต้องการเปิดสำนักงานในประเทศไทย ทำให้ผมถูกส่งกลับมาประเทศไทย และต้องไปๆมาๆ อินเดียทุก 2 อาทิตย์ เพื่อ Pitch งาน Google, yahoo, Microsoft ฯลฯ 5 ปีที่อยู่บริษัทนี้ผมมีโอกาสได้ทำงานสเกลใหญ่ๆ ค่อนข้างเยอะ

 

Q : แล้วมาเจอ Pain Point จนมาเปิด PAPERSPACE ได้อย่างไร

เพราะผมมีลูกชายคนแรก เราก็อยากใช้ชีวิตการทำงานกับครอบครัวให้มีความสมดุล เพราะทำงานอย่างที่เดิมวันละ 12 ชั่วโมงนั้นไม่ไหวจึงลาออกมาตั้งออฟฟิศเล็กๆ ของตนเอง แต่เนื่องจากการทำงานที่ผ่านมา เราไม่มีโอกาสได้พบกับลูกค้าโดยตรง การทำงานกับบริษัทที่อินเดียจะเป็นการประชุมงานจากพาร์ทเนอร์หลายๆ ส่วนด้วย Conference Call แล้วจะมีโอกาสได้พบกันเมื่อโครงการเสร็จแล้ว บินมาพบกัน และแนะนำตัวกัน เป็นการพบกันแบบจริงๆ แค่นั้น ทำให้การมาเปิดธุรกิจที่อยากเปิดแค่ออฟฟิศเล็กๆ ทำท่าไม่โอเค

            ดีไซน์สตูดิโอรายเล็กๆ ล้วนแต่มีข้อจำกัดหลายด้าน โดยเฉพาะเรื่องความน่าเชื่อถือ ทำให้ขาดโอกาสที่จะได้รับโปรเจคขนาดใหญ่ 1,000 ตารางเมตรขึ้นไป ซึ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ผมเคยเจอมาก่อนตั้งแต่สมัยเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง ผมจึงได้นำ Pain Point เหล่านั้นมาออกแบบ PAPERSPACE ให้เป็นแพลตฟอร์มธุรกิจใหม่ในปี 2558

 

Q : PAPERSPACE ทำหน้าที่อะไร ได้อะไรจากตรงนี้

รูปแบบของการดำเนินธุรกิจของ PAPERSPACE จะเริ่มจากการเชิญดีไซน์สตูดิโอขนาดเล็กและขนาดกลางเข้ามาเป็นสมาชิกโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกในเครือข่ายอยู่ราว 20 บริษัท โดยแต่ละรายจะมีความเชี่ยวชาญการออกแบบหลายด้าน ตั้งแต่การออกแบบสำนักงาน โรงแรม ร้านอาหาร โชว์รูม บ้านพักอาศัย ฯลฯ ซึ่งถือเป็นจุดแข็งขององค์กรที่สามารถรองรับความต้องการลูกค้าได้หลากหลายรูปแบบ จากนั้นเราจะเป็นผู้จัดหางานออกแบบตกแต่งภายในต่างๆ และประสานงานไปยังบริษัทสมาชิกที่เหมาะกับงานนั้นๆ พร้อมให้คำปรึกษากับลูกค้าและบริษัทสมาชิกอย่างใกล้ชิด โดยใช้โนวฮาวและประสบการณ์ที่ได้จากการทำงานออกแบบให้กับองค์กรระดับโลกมาปรับใช้ในแต่ละโครงการ ซึ่งการทำงานทุกๆโครงการนั้นบริษัท สมาชิกจะสามารถแสดงตัวตนได้และได้รับเครดิตว่าเป็นผู้ออกแบบ อาทิ โครงการออกแบบ Co-Creation Space ของ SC Asset โดย PAPERSPACE + Time & Architecture + Design Dept โครงการออกแบบพื้นที่สำนักงาน สถาบันวิจัยและพัฒนาประเทศไทย (TDRI) โดย PAPERSPACE + SOD + IDEE Architects เป็นต้น

            บางคนอาจจะมองว่า เราเป็นนายหน้า หรือเป็นมาร์เก็ตเพลสที่รวบรวมบริษัทออกแบบหลายๆ แห่งมาอยู่ด้วยกันแล้วกินค่าหัวคิว แต่เราไม่ใช่ สิ่งที่เราทำอยู่ในมุมมองของลูกค้าอาจจะเข้าใจยากหน่อย บางคนไม่เข้าใจว่า เราคืออะไร เราทำอะไร            แต่จริงๆ ต้องบอกว่า PAPERSPACE คือ ผู้ทำหน้าที่บริหารจัดการโครงการทั้งหมด ทั้งการติดต่อประสานงาน การวางแผนการตลาด การทำสัญญา เอกสาร เรื่องกฎหมาย ฯลฯ  ซึ่งหลังจากที่เรารับงานจากลูกค้ามาเราก็จะดูว่า จะมีใครเข้ามาทำงานกับเรา – กี่คน  แล้วตกลงเรื่องค่าตอบแทน ซึ่งรายได้ของเราก็จะมาจาก Management Fee โดยคิดเป็นโปรเจค  การแบ่งงานกันทำแบบนี้จะดีต่อสมาชิกในเครือข่าย หรือสตูดิโอขนาดเล็ก เพราะจะได้โฟกัสกับสิ่งที่ตนเองถนัดได้อย่างเต็มที่

            ด้วยรูปแบบการทำงานแบบนี้ก็จะทำให้ดีไซน์สตูดิโอในเครือข่ายของเราสามารถทำงานจากต่างโลเกชั่นได้ และสามารถทำงานในสเกลที่ใหญ่ขึ้นได้ โดยมีเราทำหน้าที่บริหารจัดการเพื่อให้โครงการจบไปได้ ขณะเดียวกัน ดีไซเนอร์และพาร์ทเนอร์ในเครือข่ายก็ไม่ต้องวุ่นวายหรือโฟกัสกับงานที่ตนไม่ถนัด เช่น งานเอกสาร งานบัญชี ฯลฯ นี่จึงทำให้เราคิดทำ  PAPERSPACE เพื่อสร้างโอกาสให้คนเหล่านี้สามารถก้าวข้ามปัญหาไปได้ เหมือนที่ผมเคยเจอมาก่อน 

ก่อนจะขยายสำนักงานไปยังสิงคโปร์ โดยร่วมทุนกับกลุ่มผู้ประกอบการที่สิงคโปร์ ต่อด้วยฟิลิปปินส์ และตอนนี้อยู่ระหว่างการขยายไปยังอินเดีย ซึ่งทำให้เรากลายเป็นองค์กรที่มีเครือข่ายในระดับภูมิภาค (Regional Firm) และมีระบบการทำงานที่มีมาตรฐานในระดับสากล ซึ่งเราเชื่อมั่นว่า แพลตฟอร์มนี้จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับบริษัทอินทีเรียดีไซน์ หรือกลุ่มสตูดิโอดีไซน์ขนาดเล็ก-ขนาดกลาง ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ให้สามารถเข้าถึงงานโครงการขนาดใหญ่ได้

 

Q : การเป็นแพลตฟอร์มของ PAPERSPACE ตอบโจทย์การทำงานยุค 4.0 ได้มากน้อยเพียงไร

เรามี PAPERCLOUD เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือการบริหารงานที่สำคัญที่สมาชิกทุกคนสามารถเข้าไปใช้บริการได้ทุกที่เพียงแค่มีอินเทอร์เน็ต เพื่อช่วยอัพเดทความคืบหน้าของการทำงาน และ PAPERSPACE ก็จะสามารถติดตามความต่อเนื่องของโครงการต่างๆ ผ่านตารางเวลาการทำงานใน PAPERCLOUD ขณะที่ลูกค้าเองก็สามารถเข้าไปติดตามความเคลื่อนไหวของโครงการได้ผ่านช่องทางนี้เช่นกัน ซึ่งนับเป็นแพลตฟอร์มการทำงานที่ทำให้การทำงานร่วมกันได้สะดวก ช่วยให้นักออกแบบและผู้ว่าจ้างสามารถเข้าถึงข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงทางด้านดิจิทัลให้กับวงการออกแบบตกแต่งภายในของเมืองไทย

            ขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงของการพัฒนาระบบให้ตอบโจทย์การใช้งานจริงของนักออกแบบมากยิ่งขึ้น ซึ่งในอนาคตเรายังมีแผนจะขยายฐานผู้ใช้ไปยังสถานศึกษาและมหาวิทยาลัยที่มีคณะอินทีเรียดีไซน์ด้วยเช่นกัน

 

Q : ผลงานที่มี ณ วันนี้ถือเป็นความก้าวหน้าของ PAPERSPACE วันนี้เป็นที่พอใจหรือไม่    

PAPERSPACE มีผลงานระดับภูมิภาคหลายโครงการ อย่างการเข้าไปดูแลงานออกแบบพื้นที่สำนักงานให้กับองค์กรชื่อดังระดับโลกมาแล้วในหลายประเทศ ได้แก่ facebook ที่นิวเดลี ประเทศอินเดีย, มะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ และกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย, Google ที่เมืองจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย, กรุงมะนิลาประเทศฟิลิปปินส์ ส่วนองค์กรในประเทศไทย อาทิ SC ASSET, สถาบันวิจัยและพัฒนาประเทศไทย (TDRI), สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) และเงินติดล้อ จนถึงปัจจุบันมีโครงการดำเนินงานไปแล้วและอยู่ระหว่างการส่งมอบงานรวมแล้วว่า 40 โครงการ คิดเป็นพื้นที่ประมาณ 1 ล้านตารางเมตร หรือคิดเป็นมูลค่าโครงการประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท

ถามว่าพอใจหรือไม่ ก็ต้องตอบว่า ยัง เพราะเราก็ยังต้องสร้างการรับรู้กับสาธารณะเพิ่มเติมว่า เราคือใคร แต่ ณ ขณะนี้เราจะยังไม่เพิ่มสมาชิกในเครือข่ายเพิ่มเติม เนื่องจากการเพิ่มสมาชิกในเครือข่ายนั้นเรามีเกณฑ์และเงื่อนไขการพิจารณาอยู่พอสมควร ที่สำคัญ การทำงานต้องเข้ากันได้ มีมาตรฐานตามที่เราตั้งไว้ด้วย

Comments
Top