You are here
Home > Columnist > วังเจ้าฟ้า ผ้าเจ้านาง ณ ถิ่นแคว้นชาวไทเหนือที่ใต้คง

วังเจ้าฟ้า ผ้าเจ้านาง ณ ถิ่นแคว้นชาวไทเหนือที่ใต้คง

 

ภาพและเรื่อง โดย ดร.อัญชลี กิ๊บบิ้นส์ 李懋资化

 

 เรื่องราวของชาวไทเหนือมีไม่ค่อยแพร่หลายนัก เมื่อเทียบกับเรื่องราวของชาวไทลื้อ ไทเขิน ไทดำ ชาวไทเหนือคือหนึ่งในชนเผ่าของชาติพันธุ์ไทใหญ่ซึ่งมีถิ่นกำเนิดและอยู่อาศัยทางทิศตะวันตกในมณฑลยูนนาน ประเทศจีน ซึ่งเป็นเขตแคว้นที่รู้จักกันว่า จังหวัดใต้คง หรือ เต๋อหง (德宏)ในจังหวัดเต๋อหงแห่งนี้ เรียกอย่างเป็นทางการว่า เขตปกครองตนเองชนชาติไตและจิ่งพัวแห่งใต้คง ที่มีคำว่าจิ่งพัวเข้าไปด้วยก็เพราะว่าในเขตนี้นอกจากจะมีชาวไทเหนืออาศัยอยู่ ก็ยังมีชนเผ่าคะฉิ่น หรือที่ภาษาจีนเรียกว่า จิ่งพัว (景颇)อาศัยอยู่ด้วยเช่นกัน มีเมืองหลวงคือ เมืองข้อน หรือ หมังชื่อ (芒市) ชื่อเดิมคือเมืองลู่ซี(潞西市)

จังหวัดใต้คงประกอบไปด้วยห้าหัวเมืองสำคัญที่เป็นถิ่นกำเนิดและถิ่นที่อยู่อาศัยของพี่น้องชนชาติไต หรือ ไท ซึ่งมีภาษาพูดคล้ายเคียงกับชาวไทยล้านนาในภาคเหนือของไทยเรา ภาษาเขียนเป็นลักษณะที่เรียกว่า ตัวถั่วงอก รูปทรงผอมยาว เล่นหาง ต่างจากอักขระของไทใหญ่อย่างมาก แต่ชาวไทที่นี่มักพูดคำไตผสมภาษาจีน หรือไม่ก็พูดภาษาจีนสำเนียงออกไปทางคำไต กลายเป็นสำเนียงภาษาถิ่น ในจังหวัดใต้คง ชาวไทในเขตเมืองมาว เรียกตนเองว่า ไตหลง หรือ ไตหลวง ในขณะที่ชาวไทในเขตเมืองอื่นๆจะเรียกตนเองว่า ไตเหนือ หรือ ไตเหลอ และเรียกชาวไทใหญ่ที่รัฐฉานฝั่งเมียนมาว่า ไตเต้อ หรือ ไตใต้

ขนบประเพณีวิถีความเป็นอยู่ตลอดจนอาหารการกินก็มีความคล้ายกันกับพี่น้องไต ยวนชาวล้านนาทางภาคเหนือของไทย ต่างก็ตรงที่เขานิยมใช้ตะเกียบตามอิทธิพลจีน แต่ด้านการแต่งกายจะมีอัตลักษณ์เฉพาะที่โดดเด่นงดงามสะดุดตา โดยเฉพาะเครื่องแต่งกายของสตรีชาวไทเหนือ  ชาวไทเหนือเองนั้นเคยมีระบบเจ้าฟ้าเจ้าเมืองสืบกันมายาวนาน วังเจ้าฟ้ามีปรากฏให้เห็นแทบทุกเมืองสำคัญในจังหวัดใต้คง มีทั้งที่ถูกทำลาย และที่ถูกสร้างขึ้นใหม่อย่างไม่เหลือกลิ่นอายของไทเหนือเลยก็มี คือจะกลับกลายเป็นสถาปัตยกรรมแบบจีน ด้วยความที่มีระบบเจ้าฟ้ามาก่อน เรื่องราวของผ้าและอาภรณ์ของสตรีชนชั้นสูง เครื่องแต่งกายในราชสำนัก จึงเป็นสิ่งที่เชื้อชวนให้เราตัดสินใจเดินทางเข้ามาสัมผัสให้ถึงถิ่น

กำเนิดของชาวไทเหนือ  ทั้งห้าเมืองสำคัญคือ เมืองข้อน (芒市 ) เมืองตี (梁河) เมืองหล้า (盈江) เมืองวัน (陇川)และเมืองมาว (瑞丽) แต่ละเมืองจะมีวังเจ้าเมือง ตำหนักหลวงของเจ้าฟ้าและชนชั้นสูง  แต่บทความวันนี้ขอไม่รื้อฟื้นเรื่องราวของเจ้าเมือง กี่พระองค์ แต่สิ่งที่โดดเด่นในวันนี้ของชนชาติชาวไทเหนือที่ยังมีลมหายใจและยัง คงรักษาสืบทอดกันอยู่ ก็คือ ความงดงามของอาภรณ์และเครื่องประดับ ซึ่งเป็นงานหัตถศิลป์ที่เปี่ยมเสน่ห์ ประณีต ปัจจุบันยังคงสืบทอดวิถีการทอผ้า โดยรักษาลายผ้าดั้งเดิมที่เป็นมรดกและบ่งบอกความเป็นอัตลักษณ์สำคัญของชาวไทเหนือ พี่น้องชาวไทเหนือที่นี่รักและหวงแหนงานผ้าของพวกเขา ด้วยว่าคุณค่าในกระบวนการสร้างชิ้นงาน คือศาสตร์แห่งศิลป์ ที่ปฏิเสธเครื่องจักรกลทางอุตสาหกรรม ยังคงสืบสานวิถีทอผ้า วิถีสานผ้า และวิถีปักผ้าแบบดั้งเดิมไว้

 

ผ้าซิ่นฝาของชาวไทเหนือ คือลักษณะของผ้าซิ่นที่จะเย็บแถบผ้าต่อตรงลงมา เหมือนฝาบ้าน  ประกอบไปด้วยสามเทคนิคคือ ลวดลายจากผ้าปัก ลวดลายจากผ้าทอ และลวดลายจากผ้าสาน เนื้อผ้าเป็นผ้าไหมจีน ผ้าแพรจีนและผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติ ผ้าซิ่นอีกลักษณะที่โดดเด่นเรียกว่า ผ้าซิ่นตีน คือมีลักษณะเป็นผ้าพื้นเรียบสีดำ หรือน้ำตาลเข้มท่อนบน แต่จะมีการเย็บซ้อนกันสามชั้นบ้าง สี่ชั้นบ้างที่ชายตีนผ้า เลยเรียกกันว่า “ซิ่นตีน” ซึ่งแบ่งเป็นสองลักษณะใหญ่ๆคือ ซิ่นสี่ตีน และ ซิ่นสามตีน คือเรียกตามจำนวนชั้นผ้าที่ต่อกันที่ชายตีนผ้าซิ่น

  •  ซิ่นฝาและซิ่นตีน มีรูปแบบที่ต่างกันเป็นการบ่งบอกถึงสถานภาพ ชนชั้นทางสังคม สถานภาพสมรส และบ่งบอกบทบาทหน้าที่ของผู้สวมใส่
  •  ซิ่นสี่ตีน คือซิ่นที่เจ้านางและสตรีชั้นสูงในวังจะสวมใส่กัน ส่วนตัวเสื้อนั้นมีสองลักษณะ เป็นเสื้อที่ตัดจากแพรจีน หรือผ้าฝ้ายทอมือที่ทอลายดั้งเดิมของชาวไทเหนือ ปกตั้งคอจีน แขนยาว ติดกระดุมผ่ากลางสี่เม็ด โดยกระดุมจะเป็นกระดุมที่ออกแบบเป็นพิเศษ เป็นดอกไม้ เป็นนกยูง แล้วแต่โอกาส โดยนิยมเป็นกระดุมสีทอง
  •  ชุดเจ้านาง คือชุดสีแดงพร้อมเครื่องประดับครบถ้วนบนหมวกเป็นรูปนกยูง หงส์ มังกร มีชายห้อยลงปรกบนหน้าผาก  สร้อยคอทำด้วยเงินแท้ขนาดใหญ่แต่งลายมังกร บนตัวเสื้อ ทั้งด้านหน้าด้านหลังจะประดับด้วยงานเครื่องเงินชุบทองรายรอบ ปั๊มลายมังกร ตัวเสื้อและผ้าซิ่นเป็นอาภรณ์แพรจีน ชุดเจ้านางนี้ในสมัยที่ยังมีระบบเจ้าฟ้าจะถูกนำมาใส่ในโอกาสงานสำคัญๆของเจ้าฟ้า
  • ชุดสตรีชนชั้นสูงชาวไทเหนือ จะสวมหมวกเซี้ยวโห๋ หรือหมวกผ้าต่วนตำทรงสูง สตรีชาวไทเหนือในเมืองหล้าจะนิยมสวมหมวกสีเขียว เมืองอื่นๆนิยมใส่หมวกสีดำ หมวกสั้นจะใช้กับเฉพาะหญิงสาวชาวไทเหนือที่ยังมิได้แต่งงาน บนหมวกจะประดับประดาด้วยเครื่องประดับนกยูงทอง  ตัวเสื้อจะเป็นผ้าแพรจีนทอลาย กลัดกระดุมสี่เม็ด ส่วนผ้าซิ่นนั้นจะเป็นซิ่นฝาที่เป็นซิ่นสี่ตีน คือมีสี่ชั้นที่ชายตีนผ้าซิ่น เพื่อแสดงให้เห็นว่า เป็นสตรีชนชั้นสูงชาวไทเหนือหรือเป็นเจ้าฟ้าเจ้านางหรือสตรีที่อยู่ในวัง สตรีสูงวัยมักจะสวมเสื้อผ้าที่มีสีสัน แต่ส่วนใหญ่จะสวมเสื้อพื้นสีขาวในชีวิตประจำวัน

วันนี้ตักตวงประสบการณ์อันสุดประทับใจเก็บมาแบ่งปันให้ผู้คนนอกเขตแคว้นแดนไทเหนือ ได้ร่วมกันซาบซึ้ง จะให้ดีน่าจะได้กลับไปเยือนอีกบ่อยครั้ง และหวังว่าวิถีทอผ้าไทเหนือดั้งเดิมจะยังคงอยู่ตราบนานเท่านาน แม้ความเจริญทางอุตสาหกรรมจะเริ่มคืบคลานเข้าใกล้ในทุกขณะก็ตาม

 

 

 

เกี่ยวกับผู้เขียน

ดร. อัญชลี กิ๊บบิ้นส์ ปัจจุบันเป็นนักเขียน นักวิชาการอิสระ ผู้สืบทอดวิชากังฟูดั้งเดิมบู๊ตึ้งวิถีเต๋าสายซานเฟิง และเป็นผู้ก่อตั้ง “เรือนกายเรือนใจ”  ณ บ้านพระธาตุ ต.แม่แฝก อ.สันทราย จ.เชียงใหม่  สำนักฝึกเรียนกัมมัฏฐานผสานวิชากำลังภายในที่ไม่แสวงหากำไร ใช้ชีวิตเรียบง่าย พัฒนาตนและพัฒนาคนอื่นด้านวิชาฝึกลมปราณวิถีเต๋า มวยไท่เก้ก ดนตรีจีน การเขียน อักขระจีน มีความสนใจศิลปะการแสดงและศิลปะการป้องกันตัวและวัฒนธรรมวิถีชาติพันธุ์ไทใหญ่และสรรพวิชาที่มุ่งบริหารกายและใจให้กลับสู่สมดุลยภาพและสร้างสมพลังด้านดีให้ชีวิต

 

Comments
จุฑาทิพ อิงวัฒนโภคา
บรรณาธิการ นิตยสาร B-Connect อดีตบรรณาธิการนิตยสารการตลาดอีกหลายเล่มในช่วงชีวิตที่ผ่านมา
Top