You are here
Home > Leisure > 25th Hours > ร่วมถอดรหัสไทย @ Museum Siam

ร่วมถอดรหัสไทย @ Museum Siam

Museum Siam หรือ มิวเซียมสยาม อาจฟังดูแปลกหูว่า อยู่ที่ใดกันรึ? บอกได้ง่ายๆ เลยก็คือกระทรวงพาณิชย์เดิมก่อนที่จะย้ายไปนนทบุรี ตั้งติดกับสน.พระราชวัง, วัดโพธิ์และมีประตูทางเข้าสองด้าน คือ ด้านหนึ่งตรงข้ามกับโรงเรียนราชินี ปากคลองตลาดและวังจักรพงษ์ กับด้านหน้าอยู่ตรงข้ามโรงเรียนราชบพิธ, สนามยิงปืนของกรมรักษาดินแดน .

อาคารของกระทรวงพาณิชย์แห่งนี้ได้รับการคัดเลือกให้เป็น อาคารอนุรักษ์ ศิลปะสถาปัตยกรรมดีเด่น ประจำปี 2549  โดย คณะกรรมการอนุรักษ์ศิลปกรรมสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นอาคารที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 โดย มาริโอ  ตามาญโญ สถาปนิกชาวอิตาเลียน ซึ่งเดินทางเข้ามาทำงานในสยามตั้งแต่ปี พ.ศ.2443 สมัยรัชกาลที่ 5 และมีผลงานการออกแบบสถานที่สำคัญๆ มากมายในกรุงเทพฯ ร่วมกับสถาปนิกคนอื่นๆ เช่น พระที่นั่งอัมพรสถาน พระที่นั่งอนันตสมาคม พระที่นั่งดุสิต วัดเบญจมบพิตร สะพานผ่านฟ้าลีลาศ เป็นต้น และมีผลงานออกแบบบ้านนรสิงห์ บ้านพิษณุโลก สนามแข่งม้า กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง ส่วนงานปูนปั้นหรืองานหล่อที่ปรากฏให้เห็นลวดลายอันงดงามในตัวอาคารอนุรักษ์ กระทรวงพาณิชย์นั้นเป็นฝีมือการออกแบบของ วิตโตริโอ  โนวี นายช่างเอกชาวอิตาเลียน ผู้สร้างสรรค์ความงดงามตามอาคารต่างๆ แทบทุกโครงการที่สร้างขึ้นรัชกาลที่ 5 และ 6

ความพิเศษของอาคารอนุรักษ์แห่งนี้ นอกจากความวิจิตรงดงามของสถาปัตยกรรมแล้ว ผู้มาเยือนจะได้เห็นบันไดเวียนที่เกาะแนบกับผนังอาคาร เพื่อถ่ายน้ำหนักของบันไดโดยที่ไม่มีเสาค้ำยันอย่างที่เราเห็นในอาคารทั่วไป ซึ่งตรงนี้คือความชาญฉลาดของสถาปนิกในยุคนั้นและเห็นได้ถึงความคงทนที่เห็นได้ชัดเจนถึง 98 ปี นับแต่ก่อตั้งกระทรวงพาณิชย์ในปีพ.ศ.2463

ต่อมา เมื่อย้ายกระทรวงพาณิชย์ไปนนทบุรี ที่นี่ได้กลายเป็น พิพิธภัณฑ์แห่งการเรียนรู้ (National Discovery Museum) แห่งแรกของประเทศไทยที่เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ.2550 ภายใต้แนวคิด Play + Learn = เพลิน แล้วถ้าคุณได้เข้ามาที่นี่ก็จะรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ เพราะที่นี่ถือเป็นพิพิธภัณฑ์แนวคิดใหม่ที่พลิกโฉมพิพิธภัณฑ์ทั่วไป และนำเสนอคอนเซ็ปท์เพื่อการเรียนรู้หมุนเวียนกันไป

วันที่เราไปเยือนมิวเซียมสยาม พร้อมๆ กับ เคทีซี หรือ บมจ. บัตรกรุงไทย นั้นเป็นแนวคิดเรื่อง “ถอดรหัสไทย” (Decoding Thainess) โดยเป็นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้อันทรงคุณค่ากับน้องๆ ชั้นป.6 โรงเรียนสวัสดีวิทยา โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร ซึ่งตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 31

ห้องนิทรรศการที่จัดแสดงทั้งหมดมี 14 ห้อง ทว่า การจัดนิทรรศการของที่นี่ล้มล้างภาพลักษณ์ของพิพิธภัณฑ์จนหมดสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนอเพื่อเล่าเรื่องราวด้วยสื่อดั้งเดิมอย่างกระดาษที่สามารถพลิกแพลงได้อย่างน่าทึ่งอย่างห้องที่ 11 ไทยดีโคตรที่บอกเล่าถึงการรับเอาวัฒนธรรม ประเพณี แนวคิดอะไรก็ตาม แต่ไทยจะมีการนำมาประยุกต์และปรับใช้ เพื่อให้เหมาะสมและกลมกลืนกับสังคมของเราเอง อย่างพระปรางค์ของไทยที่มีที่มาจากเทวสถานของอินเดีย ปราสาทหินของขอมมาเป็นพระปรางค์สมัยอยุธยาและพระปรางค์วัดอรุณฯ โดยการเล่าเรื่องมีการจัดทำรูปภาพบนอะคริลิกใสบนร่องที่ใช้ผลัก เพื่อเล่าเรื่องที่เกี่ยวข้อง ซึ่งประหยัดพื้นที่และน่าสนใจ อีกทั้งมีการจัดบอร์ดให้ข้อมูลสัก 3-4 แผ่นแรก จากนั้นเป็นภาพที่ให้ผู้ดูกรีดเพื่อให้เป็นแอนิเมชั่นแบบทำมือง่ายๆ ได้เอง หรือแม้แต่การนำเสนอภาพและเรื่องราวแบบ  360 องศาทั้งที่พื้นห้อง ฝาผนังและข้างบน แบบให้เด็กๆ นอนดูเรื่องราวได้สบายใจเฉิบอย่างห้องที่ 2 ไทยแปลไทย

   

 

ที่สำคัญ การนำเสนอผ่านมัลติมีเดียอย่าง QR Code แล้วให้ QR Reader อ่านแล้วยิงขึ้นโปรเจคเตอร์ บอกเล่าเรื่องราวนั้นถูกนำมาใช้ในหล่ายห้อง อาทิ ห้องที่ 10 ห้องไทยชิม ที่ใช้จานเปล่าติด QR มาวางที่จุดอ่าน QR ก็จะมีการบอกส่วนผสม วิธีการปรุงและเรื่องราวต่างๆ เช่น เมนูน้ำพริกปลาทู ผัดไทย ฯลฯ หรือเรื่องราวที่บอกว่า ครั้งหนึ่งในสมัยรัชกาลที่ 4 คำว่ากะปิเคยเป็นคำหยาบ เป็นต้น แต่สำหรับจานที่มีภาพอาหารอยู่แล้วก็จะเป็นโชว์เคสให้เห็นหน้าตาได้เลย หากต้องการดูอย่างเร็วๆ เรื่องร่าวบนฝาผนังอย่างเมนูอาหารไทยๆ ที่เราคิดว่าไทย จริงๆ แล้วไทยหรือเปล่า ไม่ว่าจะเป็นส่วนผสมอย่างมะละกอ ที่สมเด็จพระยาดำรงราชานุภาพทรงนำพันธุ์มาจากบราซิล หรือการต้ม ก๋วยเตี๋ยวที่เรานำมาจากคนจีน ฉะนั้น ผัดไทยที่ชื่อไทยก็ไม่ใช่ไทยแท้นะจะบอกให้, ห้องที่ 4 ไทยสถาบันที่บอกเลยว่า ถ้าเป็นฝรั่งอาจเล่นไม่ได้ เพราะภาพบนก้อนลูกเต๋านั้นคือความคิดรวบยอดเพื่อบอกความเป็นชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ที่มีแต่คนไทยละที่จะเข้าใจ ก้อนลูกเต๋า 27 ก้อนที่มี QR อยู่ข้างใต้จะทำหน้าที่ตรวจว่าถูกหรือไม่ ถ้าทำได้ถูกหมดก็จะได้เห็นภาพสวยๆ ให้ดูในตอนท้าย

หากจะมาที่นี่ บอกเลยว่า ควรมาแต่เช้าเพราะกว่าจะเดินครบ 14 ห้องใช้เวลาพอสมควร แล้วจะเพลินเสียด้วย แต่ห้องที่ไม่อยากให้พลาดเลยคือ ห้องที่ 5 ห้องไทยอลังการที่มีการจำลองท้องพระโรงของพระราชวังสมมติแห่งหนึ่งขึ้นมาและมีสร้างราชบัลลังก์จำลอง ซึ่งตามคติความเชื่อของคนไทยที่เชื่อว่า กระมหากษัตริย์เปรีบลดั่งพระอินทร์ประทับบนยอดเขาพระสุเมรุ อันเป็นศูนย์กลางจักรวาล ส่วนดาวบนเพดานของท้องพระโรงหมายถึงกลุ่มดาวต่างๆ ในส่วนเทพนมบนผนังนั้นคือ เหล่าเทวดาที่มาชุมชนในจักรวาลแห่งนี้

 

อีกห้องคือ ห้องที่ 13 ไทยประเพณี เป็นห้องที่นำเสนอเรื่องประเพณีไทย เทศกาลและมารยาทไว้ในกล่องไม้บนชั้น ภายในมีแผ่นพับ บัตรคำ เกม มีของให้ขยับ มีหน้ากากให้ลองทาบกันได้สนุกๆ  เช่น สงกรานต์มีปืนฉีดน้ำอันนี้ของต้องมี แต่ที่ต้องงงคือ คนไทยมียิ้มกี่แบบ และฝรั่งรู้หรือเปล่าว่าที่คนไทยยิ่มนี่แปลว่า อะไร เพราะยิ้มคตนไทยมีหลายแบบอย่างนางแบบในภาพ พจนีย์พร ชำนาญภักดี ผู้อำนวยการ – ทรัพยากรบุคคล เคทีซี และ ซองทิพย์ เสริมสวัสดิ์ศรี ผู้อำนวยการฝ่ายมิวเซียมสยาม ก็ลองเป็นนางแบบกิติมศักดิ์ให้ “สองยิ้ม” ยิ้มแห้ง กับ ยิ้มแหยๆ คงพอเดาได้ละ แจ่อยากเห็นยิ้มอื่นก็ต้องเปิดกล่องนี้เลย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ห้องนี้ก็ต้องแวะ คือ ห้องที่ 7 ไทยแลนด์ Only เป็นห้อง “ไทยคิด ไทยทำ ไทยขำ ไทยบูชา” และต้องสะดุดตากับแม่นางกวัก นุ่งเขียวห่มแดง ตัวจ้ำม่ำ สักยันต์ 5 แถว แล้วหากอยากถามว่านี่ผ่านการปลุกเสกหรือไม่ เจ้าหน้าที่บอกว่า มีคนเอาเครื่องสำอางและของมาวางให้แม่นางกวักอยู่เสมอ จนต้องคอยเอาออกไปเรื่อยๆ อันนี้น่าจะเป็นคำยืนยันได้ว่า กวักจริงๆ แล้วท่ากวักของแม่นางกวักที่ถูกต้องเป็นอย่างไรจึงจะเรียกทรัพย์ต้องไปดูเองเจ้าค่ะ

                     

 

ที่นี่เปิดให้เข้าชมได้วันอังคาร – วันอาทิตย์ 10.00-18.00 น. ปิดวันจันทร์

สำหรับสมาชิกบัตรเคทีซีที่ชอบท่องเที่ยวแบบพิพิธภัณฑ์และแหล่งการเรียนรู้ สามารถซื้อบัตร ?หำ Pass Season 6 1 ใบ ราคา 299 บาทจะได้รับแถมอีก 1 ใบทันที หรือนำคะแนนสะสม KTC Forever Rewards 2,990 คะแนนแลกรับบัตรดังกล่าไวด้ทันที 2 ใบ ผ่านช่องทาง KTC World Travel Service, KTC Touch ทุกสาขา โดยบัตรนี้สามารถเข้าชม 63 พิพิธภัณฑ์และแหล่งการเรียนรู้ทั่วไทย อาทิ มิวเซียมสยาม นิทรรศรัตนโกสินทร์ พิพิธภัณฑ์ภาพวาด 3 มิติ อาร์ทอินพาราไดซ์ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ พระราชวังพญาไท ฯลฯ

 

 

ค่าเข้าชมมิวเซียม สยาม

  • ผู้ใหญ่ 100 บาท นักเรียนนักศึกษาอายุ 15 ปีขึ้นไป 50 บาท
  • หากมาเป็นหมูคณะตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป เด็กอายุ 15 ปีขึ้นไป 25 บาท ผู้ใหญ่ 50 บาท

(สนใจติดต่อได้ที่ 02-225-2777 ต่อ 411)

ไม่เก็บค่าเข้าชม

  • เยาวชนที่อายุต่ำกว่า 15 ปี / ผู้สูงอายุวัย 60 ปีขึ้นไป
  • นักบวช พระภิกษุ ผู้พิการ ทุพพลภาพ
  • มัคคุเทศก์ที่มีบัตรที่ออกให้โดยกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา
  • หลัง 16.00 น.
  • วันหยุดนักขัตฤกษ์
Comments
จุฑาทิพ อิงวัฒนโภคา
บรรณาธิการ นิตยสาร B-Connect อดีตบรรณาธิการนิตยสารการตลาดอีกหลายเล่มในช่วงชีวิตที่ผ่านมา
Top