You are here
Home > Business Leisure > BNI Connect > Passion-Creative-Inspiration-Value : บริษัท ดิ แอทติจูด คลับ จำกัด

Passion-Creative-Inspiration-Value : บริษัท ดิ แอทติจูด คลับ จำกัด

BY : อรรถการ สัตยพาณิชย์

ก่อนจะเป็นกลุ่มบริษัท ดิ แอทติจูด คลับ ที่เติบโตในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับแนวหน้าในจังหวัดภูเก็ตทุกวันนี้ คงไม่มีใครคาดคิดว่าเงินทุนคนละ 75,000 บาทของคุณวีระชัย ปรานวีระไพบูลย์ กับหุ้นส่วนอีก 4 คนที่ก่อตั้งบริษัทรับออกแบบบ้านแนว pool villa ชื่อ บริษัทรูฟ (roof) จะเดินมาไกล และมีการขยายกิจการในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอีกหลายบริษัท

นอกจากนี้ ความจริงอีกอย่างหนึ่งที่หลายคนอาจไม่รู้ก็คือ บริษัทแห่งนี้เกิดขึ้นในปี 2542 หลังจากวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 ได้ไม่นาน แต่การที่ผู้บริหารเข้าตลาดได้ถูกที่ถูกเวลา เจาะตลาดชาวต่างชาติจำนวนมากที่เข้ามาในภูเก็ต เพื่อมาซื้อของราคาถูกหลังจากค่าเงินบาทลด ได้สร้างโอกาสทางธุรกิจให้บริษัทแห่งนี้ได้เติบโตมาจนถึงปัจจุบัน

กว่า 15 ปีผ่านไป จากบริษัทรูฟได้กลายเป็นกลุ่มบริษัท ดิ แอทติจูด คลับที่มีพนักงานมากกว่า 300 คน เงินทุนมากกว่า 500 ล้านบาทใน 3 กลุ่มธุรกิจ ประกอบด้วย กลุ่มออกแบบสถาปัตยกรรม กลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มโรงแรมที่พัก โดยมีรายได้รวมต่อปีมากกว่า 1 พันล้านบาท นับเป็นความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง

ขยายกิจการ + สร้างความแตกต่าง
ตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทรูฟเมื่อ พ.ศ.2542 กลุ่ม ดิ แอทติจูด คลับ ได้ขยายกิจการ มีการก่อตั้งบริษัทและแบรนด์เกิดขึ้นเป็นระยะ เริ่มตั้งแต่ Roof Design & Management เมื่อ พ.ศ. 2542 Two Villas Group พ.ศ. 2546 Two Villas Holidays พ.ศ. 2546 Oxygen Condominium พ.ศ. 2548 Villa Onyx พ.ศ. 2550 Number Twelve พ.ศ. 2553 Wings พ.ศ. 2554 Saiyual Estate พ.ศ. 2554 Blu Monkey Hostel พ.ศ. 2555 Foto Hotel พ.ศ. 2555 Lemon Rabbit พ.ศ. 2556 และ Saturdays Condo พ.ศ. 2557

คุณวีระชัยให้ข้อมูลว่าหลังจากได้เปิดบริษัทรูฟเพื่อรับงานออกแบบแล้ว ได้ไปพัฒนาธุรกิจบ้านตากอากาศ ใช้ชื่อแบรนด์ว่า Two Villas เริ่มต้นจากบ้าน 2 หลังที่หาดในหาน ก่อนขยายเพิ่มอีก 300 หลัง ในชื่อโครงการต่างๆ เนื่องจากเป็นที่ต้องการของลูกค้าบริเวณหาดในหาน และหาดบางเทา

นอกจากนี้ยังรับบริหารการเช่าแบบโรงแรมภายใต้ชื่อ Two Villas Holidays และทำไลฟ์สไตล์โฮเต็ลบริเวณหาดกะตะชื่อ Foto Hotel จำนวน 79 ห้อง เจาะลูกค้าระดับกลาง-สูง รวมทั้งทำ Boutique Hostel ในชื่อ Blu Monkey Hostel ที่หาดสามกองทั้งหมด 60 ห้อง ส่วนธุรกิจคอนโดมิเนียมก็ยังมีโครงการ Saturdays 119 ยูนิต ที่หาดในหาน และยังขยายกิจการไปทำบริษัทเฟอร์นิเจอร์ และบริษัทอีเวนท์อีกด้วย

กลยุทธ์ทางธุรกิจของกลุ่ม ดิ แอทติจูด คลับ สามารถเห็นได้จากสโลแกนที่ว่า A little holiday that makes a big different เป็นการสร้างความแตกต่างโดยผูกโยงเรื่องการพักผ่อน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจก่อนกลับไปทำงาน ส่วนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ของกลุ่มบริษัทจะมี Brand DNA ที่ประกอบด้วยคำสำคัญ 4 คำด้วยกันคือ Passion ทำด้วยความชอบ Creativity ทำด้วยความคิดสร้างสรรค์ Inspiration ทำอย่างมีแรงบันดาลใจ และ Value ทำอย่างมีคุณค่า

 

คุณวรเดช มณีศรี ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการธุรกิจโรงแรมกลุ่ม ดิ แอทติจูด คลับ ได้กล่าวถึงการให้ความสำคัญในการสร้างแบรนด์ของธุรกิจในเครือว่า

“ทุกธุรกิจจะใช้ Brand Manual เป็นตัวควบคุม ไม่ว่าจะทำธุรกิจอะไร เรามองเห็นความสำคัญของ Branding เป็นหลัก ฉะนั้นก่อนจะทำอะไรจะมี Brand Manual ควบคุมทุกธุรกิจ ควบคุม Corporate Identity เราในฐานะผู้บริหาร จะบริหารตามคู่มือว่าสิ่งนี้เหมาะกับอะไร ควรจะลำดับไหน จริงๆ เริ่มต้นธุรกิจมา 14 ปี แต่ประมาณ 6-7 ปีที่แล้ว เราเริ่มรู้สึกธุรกิจมันประปรายมาก ทุกคนไม่เข้าใจ เรียกชื่อต่างกันในแต่ละโครงการ เลยมาจริงจังเรื่อง Branding ประมาณ 7 ปีที่แล้ว จนเข้าใจว่าเรื่องแบรนด์เป็นเรื่องสำคัญมาก จะทำให้คนรู้จักธุรกิจที่เป็นเหมือนไม่มีเทรนด์ ไม่มีแบรนด์ ไม่มีใครรู้จัก ไม่มีใครเห็นเราเลย ทำอย่างไรให้คนจำภาพเราได้ จึงทำให้เราให้ความสำคัญเรื่องแบรนด์เป็นหลักมากในการทำธุรกิจต่างๆ ”
จุดขายโรงแรม
คุณวรเดชยังได้เล่าถึงจุดขายของโรงแรม Foto Hotel และ Blu Monkey Hostel ว่าทั้งสองแห่งเป็น Boutique Hotel ที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกัน ผู้ที่มาพักก็สามารถเลือกได้ตามความต้องการของตัวเอง

“Foto Hotel เป็นโรงแรมที่เหมาะกับคนชื่นชอบการถ่ายภาพ คาแรคเตอร์จะออกแบบมาเพื่อการถ่ายภาพ ไม่ได้ตกแต่งเยอะ แต่ดูเยอะ มีห้องทั้งหมด 79 ห้อง แบ่งเป็น 30 ห้อง เป็นห้องโอเชี่ยน มองเห็นทะเล 45 ห้องเป็นห้องโอโซน ที่จะมองเห็นวิวภูเขา Interior และดีไซน์เหมือนกัน เป็นโรงแรมที่มีห้องอาหาร มีอาหารเช้า เที่ยง อาหารเย็น มีสระว่ายน้ำ
ที่มองเห็นทะเล เป็น Infinity Pool และมีห้องประชุมขนาดไม่เกิน 40 ท่าน ตั้งอยู่หาดกระตะ ราคาเริ่มต้นที่ 4,500 บาทต่อห้อง สูงสุดอยู่ที่ 12,000 บาท

ส่วน Blu Monkey มี 2 ตัวคือ Blu Monkey Bed & Breakfast และ Blu Monkey Hub & Hotel คาแรคเตอร์เน้นการใช้งานของลูกค้าแค่มาพักผ่อน จึงเน้นเรื่องความสะอาด เน้นเรื่องความสะดวกสบาย และพื้นที่จอดรถ ที่นี่ราคาจะไม่สูงมาก เริ่มต้นที่ 900 บาท เหมาะกับผู้ที่ชอบใช้ชีวิตในเมือง ไม่ได้ต้องการใช้พื้นที่ในเมืองเยอะ สำหรับ Foto Hotel
จะใช้คำว่า Difference Memory ของ Blu Monkey ออกแบบเป็น City Hotel เป็น Smart Service ทั้งคู่ จะมีพื้นที่สำหรับจัด Event จัด Workshop จะเป็นฐานของการจัด BNI ภูเก็ต และจะมีห้องที่เป็น Meeting ย่อย 3 ห้อง”

คุณวรเดชยังได้ยกตัวอย่าง Brand Character ของ Foto Hotel กับ Blu Monkey Hub & Hotel ว่ามีการกำหนดภาพจำที่ต้องการให้เกิดขึ้นในใจกลุ่มเป้าหมายได้ค่อนข้างชัดเจน

“Foto Hotel เราวาง Brand Character, Brand Personality เป็น PCP หรือ Phuket Creative Photolista และ Brand Represent คือตัวแมสค็อตที่เป็นหมีลายสก็อต
และผ้าลายสก็อต อย่างตัว Blu Monkey Hub & Hotel คาแรคเตอร์เราก็วางชัดเจนใช้ Represent เป็นลิงฟ้า กับลิงดำอยู่แล้วเป็นแมสค็อตที่ทำให้คนติดภาพเรา คาแรคเตอร์ของ Monkey Hub เป็น Creative Community ฉะนั้นสิ่งที่เราจะป้อนลงไปคือ workshop หรือกิจกรรมที่เป็นเรื่องการคิดนอกกรอบ”

ทั้งงานสถาปัตยกรรม แนวคิดการออกแบบและตกแต่ง เมื่อรวมกับการนำแนวคิดการสร้างแบรนด์มาใช้ทำให้ภาพจำของ Foto Hotel และ Blu Monkey Hostel ในสายตา
ผู้มาพักสามารถเห็นได้ถึงความแตกต่างของโรงแรมทั้งสองแห่ง

BNI ภูเก็ต เกื้อกูลธุรกิจซึ่งกันและกัน
คุณกนกพรรณ ปรานวีระไพบูลย์ หรือคุณขวัญ ผู้อำนวยการฝ่ายอสังหาริมทรัพย์ ดิ แอทติจูด คลับ เล่าว่าปัจจุบันผู้บริหารของบริษัทฯ ที่เป็นสมาชิก BNI มี 2 คนคือ
คุณวีระชัย และคุณขวัญ สมัครเป็นสมาชิกเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2559 และสมาชิกของ BNI จะมาพบปะกันที่โรงแรม Blu Monkeyโดยเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2558 ที่ผ่านมา ในจังหวัดภูเก็ตจะมีด้วยกัน 2 chapter โดย chapter ที่ 1 มีสมาชิก 38 ราย chapter ที่ 2 มีสมาชิก 17 ราย

การช่วยเหลือกันทางธุรกิจของสมาชิก BNI ภูเก็ต คุณขวัญให้ข้อมูลว่าสมาชิกได้ร่วมมือกัน ก่อให้เกิดประโยชน์ที่เกื้อกูลกันเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ supplier ที่ช่วยกันทำธุรกิจ ข้อมูลเฉพาะใน chapter 1 มีการประมาณการยอดรายได้เป็นตัวเงินเป้าหมายของปี 2559 ไว้ที่ 62 ล้านบาท แต่ตัวเลข ณ เดือนตุลาคม 2559 สมาชิก chapter 1 ได้ช่วยกันและมียอดมูลค่าธุรกิจรวมสูงถึง 82 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้

สำหรับผู้สนใจใช้บริการของกลุ่ม ดิ แอท-ติจูด คลับ ติดต่อขอข้อมูลได้โดยตรงกับคุณวรเดช มณีศรี ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการธุรกิจโรงแรม กลุ่มดิ แอทติจูด คลับ โทร. 076-261999 โทรสาร 076-261541 หรือเข้าไปเยี่ยมชมข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ www.theattitudeclub.com

Comments
Top