You are here
Home > Business Round-up > ทีเอ็มบีจับมือไอเอ็นจี สนับสนุนลูกค้ารุกตปท. ชี้ ศก.ไทย โตสูงยาก M&A เป็นทางออก

ทีเอ็มบีจับมือไอเอ็นจี สนับสนุนลูกค้ารุกตปท. ชี้ ศก.ไทย โตสูงยาก M&A เป็นทางออก

 

ทีเอ็มบี จับมือ ไอเอ็นจี แบงก์กิ้ง เอเชีย สนับสนุนโอกาสเติบโตก้าวกระโดดของลูกค้าขนาดกลางไทย เน้นควบรวมและซื้อกิจการในต่างประเทศ (M&A) ผสานความพร้อมเข้าใจความต้องการ และเห็นโอกาสเติบโตของลูกค้าในต่างประเทศ ของทีเอ็มบี กับความแข็งแกร่ง ความเชี่ยวชาญ และเครือข่ายทางธุรกิจระดับโลกของไอเอ็นจี แบงก์กิ้ง เอเชีย จัดทีมงานให้คำปรึกษาครบวงจร เพื่อต่อยอด เพิ่มศักยภาพให้ประสบความสำเร็จสูงสุด

ด้วยปัจจัยสภาพเศรษฐกิจภายในประเทศที่ยังอยู่ในช่วงชะลอตัว ทำให้โอกาสการเติบโตของธุรกิจมีจำกัด ขณะที่อัตราการเติบโตของตลาดต่างประเทศหลายตลาดสูงกว่าไทยมาก จึงเป็นโอกาสของการลงทุนซื้อกิจการในต่างประเทศ เสนธิป  ศรีไพพรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าธุรกิจ ทีเอ็มบี หรือ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การลงทุนกิจการในต่างประเทศของธุรกิจขนาดกลางของไทย เป็นความท้าทายและโอกาสที่น่าสนใจ เพราะเศรษฐกิจของไทยจะไม่มีโอกาสเติบโตในระดับสูงเหมือนในอดีต ซึ่งมาจาก 2 ปัจจัย คือ การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และความสามารถในการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนลดลง

“สำหรับบริษัทฯ ที่มีศักยภาพในการแข่งขันและมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง ช่วงเวลานี้เป็นโอกาสที่ดีในการลงทุนซื้อกิจการ ไม่ว่าจะเป็นวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเจ้าของ  การได้มาซึ่งเทคโนโลยีความรู้ ตลาดวัตถุดิบ ฐานการผลิต”

“การซื้อกิจการจะช่วยยกระดับธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว ทั้งขยายตลาดเพื่อเติบโตอย่างก้าวกระโดด หรือลดต้นทุน การเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน หรือกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดในประเทศ โดยกลุ่มธุรกิจขนาดกลาง สามารถพุ่งเป้าการซื้อ หรือควบรวมกิจการในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี (CLMV) ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว หรือตลาดจีน อินเดีย ที่มีศักยภาพมหาศาล”

อย่างไรก็ตาม การลงทุนซื้อหรือควบรวบกิจการในต่างประเทศมีความท้าทาย และซับซ้อนมากกว่าการควบรวมกิจการในประเทศอยู่หลายขั้นตอน เริ่มตั้งแต่การเข้าใจตลาดที่เราไม่คุ้นเคย และการแข่งขัน กฎหมายต่างๆ ที่มีความเฉพาะตัว ทั้งกฎหมายภาษี แรงงาน การผูกขาด ไปจนถึงการพิจารณาผลกระทบจากการลงทุนทางบัญชีและภาษี จึงทำให้ปัจจุบันการควบรวมและซื้อกิจการในต่างประเทศของกลุ่มธุรกิจขนาดกลางของไทยยังมีไม่มากนัก เพราะติดขัดในเรื่องมองหากิจการที่เหมาะสม การขาดความชำนาญในด้านการประเมินมูลค่าและความเสี่ยงของกิจการ การขาดความรู้และประสบการณ์ในประเทศที่จะไป และข้อจำกัดในการบริหารกิจการที่ลงทุนไปภายหลังจากการลงทุนเสร็จสิ้น

เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ที่กล่าวมาแล้วข้างต้น  ทีเอ็มบี และ ไอเอ็นจี แบงก์กิ้ง เอเชีย ได้จัดงาน “Hunting Grounds Beyond the Comfort Zone” เพื่อให้ความรู้ เปิดวิสัยทัศน์ด้านการลงทุนซื้อหรือควบรวบกิจการในต่างประเทศ ทั้งโอกาสและอุปสรรคให้กับเจ้าของธุรกิจขนาดกลาง

 ลงทุนตปท. ลดความผันผวน โอกาสเติบโตในประเทศต่ำ

ดร.ภากร ปีตธวัชชัย รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร และหัวหน้าสายงานการเงินและบริหารเงินลงทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ Current Global and Regional Economic Trends Driving M&A Flow โดยนำเสนอข้อมูลจากการศึกษาของสถาบันวิจัยตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ปกติ เมื่อตลาดหลักทรัพย์เดินทางไปโรดโชว์ต่างประเทศ มักจะถูกถามว่า เศรษฐกิจประเทศไทยโต  3-4% มา 10 กว่าปี เหตุใดบริษัทไทยจึงเติบโตเกิน 10% มาอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยสำคัญมาจากรายได้จากธุรกิจนอกประเทศมีสัดส่วนสูงขึ้นเรื่อยๆ อย่างมีนัยสำคัญ

“จากข้อมูลจะพบว่า ถ้าคิดจาก GDP ไทยไม่ได้โตเร็วกว่าประเทศเพื่อนบ้านเลย เฉลี่ยอยู่ที่ 3% แต่อัตราการเติบโตของสัดส่วนรายได้จากธุรกิจในต่างประเทศ ทำให้นักลงทุนต่างประเทศมองแล้วเห็นว่า Make Sense”

เมื่อมองจากศักยภาพของเศรษฐกิจไทย โดยใช้อัตราส่วน Market Cap per GDP หรือมูลค่าตลาดของบริษัทจดทะเบียนเมื่อเทียบกับ GDP ซึ่งอยู่ที่ 120 % คือ GDP มีมูลค่า 14 ล้านล้านบาท ตลาดหุ้นมีมูลค่า 16 ล้านล้านบาท ขณะที่เมื่อเทียบกับต่างประเทศ จะเห็นว่า มีโอกาสมากมายอยู่นอกประเทศ ทั้งนี้ ประเทศที่มีอัตราส่วนดังกล่าวสูงกว่าประเทศไทย มี ฮ่องกง สิงคโปร์ ไต้หวัน มาเลเซีย ส่วนประเทศที่เติบโตต่ำกว่ามี อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเกาหลี

“ข้อมูลนี้บอกว่า ศักยภาพของเราอยู่กลางๆ บริษัทขนาดใหญ่เติบโตไปมากแล้ว แต่ก็ยังมีโอกาสสำหรับบริษัทขนาดกลางอีกมาก”

ดร.ภากร ให้ข้อมูลว่า แนวโน้มอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในช่วง 10-20 ปีที่ผ่านมา ยังบ่งบอกว่า การเติบโตของ GDP มีความผันผวนสูง หากแยกตามอุตสาหกรรม จะเติบโตต่อเนื่องกับภาคการผลิต ภาคบริการ เช่น โรงแรมเท่านั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ประกอบการต้องมองว่า ทำอย่างไรจะทำให้ธุรกิจของตนเติบโตอย่างต่อเนื่อง

 ความสำคัญของ M&A ต่อยุทธศาสตร์องค์กร

Michael Niederberger กรรมการอำนวยการ และ Head of Corporate Finance จาก Asia ING Bank N.V., กล่าวว่า สำหรับองค์กร M&A มีความหมายในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นกลยุทธ์สำคัญสร้างโอกาสในการเติบโต  เพิ่มช่องทางรายได้ใหม่ๆ ทำให้บริษัทใกล้ชิดกับลูกค้าแตกต่างหลากหลายมากขึ้น  มีการใช้ประโยชน์จากการรวบพลังเพื่อสร้างความแข็งแกร่งด้วยการทำ Consolidation และ Synergy สามารถใช้ทรัพยากรจากทั่วโลก รวมถึงโอกาสที่เกิดจากการผ่อนคลายกฎเกณฑ์ด้านการลงทุนของหลายประเทศ โดยเฉพาะในแถบอาเซียนและ CLMV

การศึกษาของ ING พบว่า ช่วง 5 ปีหลัง อุตสาหกรรมหรือกลุ่มธุรกิจที่องค์กรให้ความสนใจแตกต่างกันไปตามแต่ละภูมิภาค ยกตัวอย่างเช่น บริษัทของสหรัฐ ยุโรป สนใจลงทุนในอาเซียนกับกิจการที่มีความเชี่ยวชาญเรื่อง International Consumption กิจการที่เน้น Service Oriented และ Technology Oriented ส่วนบริษัทในประเทศเกิดใหม่ (Emerging Country) จะสนใจกิจการประเภท Infrastructure Oriented เช่น กิจการโทรคมนาคม เป็นต้น

ปัจจัยสำคัญสำหรับการตัดสินใจซื้อกิจการ คือ การมองที่กลยุทธ์ของบริษัทก่อน ว่าสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ และสร้างประโยชน์ในระยะยาวหรือไม่ “ในส่วนขององค์กร ต้องเน้นเรื่องมองคนรอบๆตัว หาคนที่ใช่ให้เจอ (Put the right people) รวมถึงใช้เวลากับการทำ Due  Diligence ให้ละเอียดรอบคอบที่สุด”

M&A กลยุทธ์สร้างความยั่งยืน

ในฐานะองค์กรธุรกิจ ซึ่งไปลงทุนต่างประเทศ โดยมีทีเอ็มบี เป็นที่ปรึกษาการซื้อกิจการในอินเดียเมื่อต้นปีที่ผ่านมา Yeap Swee Chuan ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บมจ. อาปิโก ไฮเทค กล่าวว่า การผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ อยู่ในอุตสาหกรรมที่มีความผันผวนสูง กลยุทธ์การลงทุนของบริษัทเน้นเรื่องความยั่งยืน (Sustainability) เป็นสำคัญ เพราะต้องดูแลความมั่นคงสำหรับอนาคตของพนักงานทั้งเครือที่มีมากกว่า 5,000 คน พร้อมยกตัวอย่างว่า

“การทำธุรกิจ คล้ายกับการอยู่บนเรือ บังคับเรือ ตอนกิจการยังเล็ก เราก็บังคับได้ง่าย เมื่อเราโตขึ้น เรือก็ต้องใหญ่ขึ้นด้วย เมื่อมีปัญหา เราก็บอกให้ลูกเรือลงน้ำ ก็ยังดันเรือรุดหน้าไปได้ ยิ่งเราโตมากเท่าไหร่ เรือก็ต้องลำใหญ่ตามไปด้วย แต่ข้อเท็จจริงคือ ความเสี่ยงก็ต้องใหญ่ตาม  ปัจจุบัน ตลาดไทยเริ่มเล็กลง ขณะที่บริษัทยังต้องเติบโตไม่หยุดยั้ง เมื่อบวกกับความเป็นจริงที่ว่า ชิ้นส่วนรถยนต์ เป็นธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับ R&D อย่างสูง แต่ไทยยังขาดความรู้ความเชี่ยวชาญเรื่องดังกล่าวอย่างมาก การลงทุนต่างประเทศจึงเป็นทางออกของการตอบโจทย์พันธกิจสำคัญของทุกธุรกิจ คือ ต้องเติบโต ทำให้ความยั่งยืนกลายเป็นเรื่องสำคัญที่สุด

 

ความท้าทาย – โอกาส

ชินภัทร วิสุทธิแพทย์ Partner บริษัท สำนักงานกฎหมายสยามซิตี้ จำกัด กล่าวว่า การซื้อและควบรวมกิจการมีหลักคิดที่ชัดเจน ตั้งแต่เรื่องกลยุทธ์ โมเดล (รายละเอียดตามตาราง) นอกจากนั้น ผู้ลงทุนต้องคิดเรื่องเงินลงทุน สัดส่วนการถือหุ้นด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากต้อง Exit จากกิจการที่ลงทุนนั้น โดยยกตัวอย่าง การลงทุนที่ชาญฉลาดของ Casino Group ที่ขาย BIG C ให้แก่กลุ่มของ เจริญ สิริวัฒนภักดี

ยงยุทธ  เหลืองรัตนมาศ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารวาณิชธนกิจ ทีเอ็มบี กล่าวว่า ไม่ได้บอกว่า Cross-Border Investment เป็นปัจจัยสำคัญสู่การเติบโตขององค์กร แต่ก็เป็นฟันเฟืองสำคัญในการมุ่งสู่เป้าหมายดังกล่าว ตัวอย่างรูปธรรม คือ ความสำเร็จของบริษัทขนาดใหญ่ เช่น เอสซีจี กลุ่มไมเนอร์ ซีพีเอฟ ฯลฯ

“ทุกบริษัทพบความกดดันเหมือนกัน นั่นคือ การสร้างผลตอบแทนในอัตราที่ผู้ถือหุ้น หรือผู้ลงทุนพอใจ ซึ่งการออกไปลงทุนต่างประเทศเป็นแนวทางสำคัญแนวทางหนึ่ง”

ยงยุทธ ให้ความเห็นเกี่ยวกับกลยุทธ์ในการทำ M&A ว่า ปกติข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทที่ต้องการหาคนร่วมลงทุนมีอยู่ทั่วไป เพียงแต่ต้องทำการศึกษาอย่างลึกซึ้ง ปัจจัยหลักซึ่งบอกว่า ถึงเวลาแล้วที่องค์กรต้องซื้อหรือควบรวมกิจการ คือ การดูว่า  คู่แข่งทำอะไร พยายามทำความเข้าใจกับกลยุทธ์ของพวกเขา

“โดยพื้นฐาน แบงค์พร้อมให้สินเชื่อลูกค้าอยู่แล้ว ถ้าโครงการนั้นๆดี และ Reputation ของผู้กู้ดี ดังนั้น สิ่งที่ต้องทำคือ หันกลับมามองภายใน ดูว่าการซื้อกิจการหรือการควบรวมมีประโยชน์ สอดคล้องกับกลยุทธ์ของบริษัทหรือไม่”

ในตอนท้าย เสนธิป  ศรีไพพรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าธุรกิจ ทีเอ็มบี สรุปว่า ทีเอ็มบี และไอเอ็นจี เชื่อว่า โอกาสไม่ใช่ของบริษัทยักษ์ใหญ่เท่านั้น โดยการเสวนาครั้งนี้ได้เปิดให้เห็นมุมมองอีกด้านหนึ่ง เห็นโอกาสและความพร้อมที่บริษัทไทยมีอยู่การที่มีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิมาแชร์ประสบการณ์จริง เชื่อว่าจะทำให้เกิดภาพของการ Make The Difference ได้ชัดเจนขึ้น

“ธุรกิจขนาดกลางของไทยมีศักยภาพและมีโอกาสได้ประโยชน์จากการลงทุนในกิจการต่างประเทศได้อีกมาก หากสามารถบริหารกระบวนการเลือกกิจการ การวิเคราะห์โอกาสที่เหมาะสม และการปิดความเสี่ยงสำคัญที่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งทั้ง ทีเอ็มบี และ ไอเอ็นจี แบงก์กิ้ง เอเชีย มีความพร้อมในการให้คำปรึกษา และสนับสนุนบริษัทไทยในการลงทุนซื้อหรือควบรวมกิจการในต่างประเทศอย่างครบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การหาโอกาส การวิเคราะห์ การเจรา และแหล่งเงินทุน”

 

————————————————————————-

กลยุทธ์  M&A  ประกอบด้วย

  • Business Expansion              ตัวอย่างเช่น    EPG/Big C/Sawad/JMart
  • Re-Organization                   ตัวอย่างเช่น    PTTGC / BEM / Dynasty
  • Diversification                       ตัวอย่างเช่น    BJC / Central Food / PTTR

M&A Model 

  • Share (New & Existing)
  • Property (TA & ITA)
  • Business (Distribution & Customers)
  • Cash –  Non-Cash

ปัจจัยช่วงก่อนทำสัญญาที่จะทำให้   M&A  ประสบความสำเร็จ

  1. การตรวจสอบวิเคราะห์สถานะของกิจการ (Due Diligence)
  2. เงินลงทุน ที่มาของแหล่งเงิน (Financing)
  3. การพูดคุยกับผู้มีส่วนได้เสียคนอื่นๆ (Others Stakeholders)
  4. การได้มาของเงินทุน ทั้งก่อนและหลังดีล (Pre-and-Post Capital Structure)
  5. ข้อสรุป (Definitive Agreement)
  6. โครงสร้างของสัญญา (Transaction Structuring)
  7. การสื่อสารที่โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ (Transparent & Effective Communications)
  8. การเข้ากันได้กับผู้มีส่วนได้เสียทั้งหมด (Chemistry with Key Stakeholders)
  9. การมีกลยุทธ์ที่ชัดเจน (Clear Strategy)

ปัจจัยหลังทำสัญญาที่จะทำให้   M&A  ประสบความสำเร็จ

  1. บังคับใช้สัญญาอย่างจริงจัง (Enforcing Agreement)
  2. โครงสร้างองค์กรที่ชัดเจน (Organization Structure)
  3. ทำให้ได้ตามที่วางแผนไว้ (Investor Expectation)
  4. ความต่อเนื่องของการทำตามแผนธุรกิจ (Business Plan Continuity)
  5. จ่ายชำระหนี้ตรงตามกำหนดเวลา (Debt Repayment)
  6. ใช้ประโยชน์จาก Synergy (Synergy Realisation)
  7. บูรณาการการควบรวมให้ได้ประโยชน์สูงสุด (Integration Plan)
  8. ดูแลเรื่องบัญชีและรายได้อย่างรอบคอบ ถูกต้อง ครบถ้วน (Accounting and / Earning Impact)

 

Comments
จุฑาทิพ อิงวัฒนโภคา
บรรณาธิการ นิตยสาร B-Connect อดีตบรรณาธิการนิตยสารการตลาดอีกหลายเล่มในช่วงชีวิตที่ผ่านมา
Top