You are here
Home > Business Leisure > B-Social > ทีเส็บ รุกดันเชียงใหม่ ขึ้นชั้นไมซ์ซิตี้ระดับนานาชาติเต็มตัว

ทีเส็บ รุกดันเชียงใหม่ ขึ้นชั้นไมซ์ซิตี้ระดับนานาชาติเต็มตัว

 

ทีเส็บ เดินหน้าผลักดันไมซ์ซิตี้ (MICE CITY) ต่อเนื่อง ขานรับนโยบายรัฐ พัฒนาเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางไมซ์ซิตี้ภาคเหนือครบวงจร พร้อมชูกิจกรรมหลังเข้าร่วมประชุม (Post-Tour) นำเสนอวิถีชีวิตชุมชนท้องถิ่น ศิลปวัฒนธรรม พร้อมส่งเสริมสหกรณ์ชุมชนเป็นสถานที่จัดงานไมซ์ สร้างโอกาสการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืน

 

 

 

 

 จิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวถึงยุทธศาสตร์การผลักดันไมซ์ซิตี้ครั้งล่าสุดว่า ทีเส็บร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ให้สามารถกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นตามนโยบายรัฐบาล โดยการผนึกกำลัง 3 ผสานระหว่าง “รัฐ – เอกชน – ชุมชน” ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 (พ.ศ.2561-2564) ยุทธศาสตร์ที่ 9 ว่าด้วยการพัฒนาภาค เมืองและพื้นที่เศรษฐกิจ ซึ่งมีเป้าหมาย พัฒนาพื้นที่ภาคเหนือให้เป็นฐานเศรษฐกิจสร้างสรรค์มูลค่าสูง ซึ่งเมื่อเดือนพฤษภาคม 2561 เชียงใหม่เป็นจังหวัดแรกของไทยในการประกาศแผนอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์การพัฒนาไมซ์ระดับจังหวัด

จุดแข็งเชียงใหม่

            “จุดแข็งของเชียงใหม่ที่สำคัญคือ เป็นจังหวัดที่มีการพัฒนาในระดับสูงและเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว เศรษฐกิจและการลงทุน มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ จากการจัดอันดับการประชุมของ International Congress and Convention Association (ICCA) ในด้านสถิติการจัดอันดับเมืองที่ไม่ใช่เมืองหลวงที่มีการประชุมมากที่สุดในภูมิภาคอาเซียน พบว่า ในปี 2559 เชียงใหม่มีการจัดประชุมนานาชาติเป็นอันดับ  2 โดยจัดประชุมถึง 20 ครั้ง ส่วนตัวเลขนักเดินทางกลุ่มไมซ์และรายได้ในปี 2560 เชียงใหม่มีโอกาสต้อนรับนักเดินทางกลุ่มไมซ์จากต่างประเทศจำนวน 50,881 คน สร้างรายได้ 4,700.38 ล้านบาท และมีนักเดินทางกลุ่มไมซ์ในประเทศไทยเดินทางไปจัดกิจกรรมหรือเข้าร่วมจำนวน  2.21 ล้านคน สร้างรายได้ 4,914.53 ล้านบาท”

เชียงใหม่ขึ้นชั้นไมซ์ซิตี้ระดับนานาชาติ

 ในปีนี้ทีเส็บได้ยกระดับงานไมซ์ของจังหวัดให้เป็นระดับนานาชาติมากขึ้น โดยในด้านมาตรฐานสถานที่จัดงานประเทศไทย Thailand MICE Venue Standard หรือ TMVS ที่ใช้เป็นเกณฑ์การประเมินสถานประกอบการไมซ์นั้น ในเชียงใหม่มีสถานประกอบการผ่านการรับรองมาตรฐานดังกล่าวในประเภทห้องประชุมและประเภทสถานที่จัดงานแสดงสินค้าจำนวนถึง 18 แห่ง รวม 51 ห้อง พร้อมกันนี้ ก็ได้ขยายขอบเขตของผู้เข้าร่วมงานและรูปแบบกิจกรรมที่จะส่งเสริมให้เกิดการต่อยอดทางธุรกิจได้เพิ่มขึ้น อาทิ งาน Chiang Mai Bloom 2018 มีผู้เข้าร่วมงาน 183,569 คน, งาน Lanna Expo มีผู้เข้าร่วมงาน 253,504 คน ขณะเดียวกัน ก็มีการประมูลสิทธิ์การจัดงานในระดับนานาชาติเข้ามาจัดที่เชียงใหม่อย่างต่อเนื่องทุกปี อาทิ งาน World Robot Olympaid 2018 จัด พ.ย. 2561 มีผู้ร่วมงาน 1 หมื่นคน , งาน Chiangmai Design Week 2018 จัด ธ.ค. 2561 คาดมีผู้ร่วมงาน 4 แสนคน, งาน Endoscopic and Laparoscopic Surgeons of Asia 2019 คาดมีผู้ร่วมงาน 1,500 คน,งาน Route Asia 2020 คาดมีผู้ร่วมงาน 1,200 คน  

จุดหมายปลายทางของกิจกรรมไมซ์ในเอเชีย

ทั้งนี้ ทีเส็บวางยุทธศาสตร์การพัฒนาเชียงใหม่เป็นไมซ์ซิตี้ ภายใต้วิสัยทัศน์ “นครที่เป็นที่สุดแห่งความสง่างามทางวัฒนธรรม จุดหมายปลายทางของกิจกรรมไมซ์ในเอเชีย” ดังนี้คือ 1.ส่งเสริมการประชาสัมพันธ์และการตลาดไมซ์แบบมุ่งเป้าตลาดเอเชีย 2.ยกระดับการบริการ พัฒนาสินค้าท่องเที่ยว สร้างโอกาสในกิจกรรมไมซ์ โดยใช้ทุนทางวัฒนธรรม 3.พัฒนา ยกระดับบุคลากรที่มีส่วนสนับสนุนอุตสาหกรรมไมซ์ในพื้นที่ 4.ยกระดับและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สนับสนุนการจัดกิจกรรมไมซ์  

พื้นที่เมืองไมซ์ใน 6 เส้นทางหลัก

จากแผนงานที่ต้องการสร้างโปรแกรมหลังการประชุมที่เป็นมาตรฐาน ตลอดจนการพัฒนากิจกรรมและการบริการที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่ถือเป็นรูปแบบสำคัญในการขับเคลื่อน เพื่อให้เป้าหมายการกระจายรายได้ผ่านอุตสาหกรรมไมซ์นั้นบรรลุผล ซึ่งเชียงใหม่ได้มีการพัฒนาสินค้าและบริการใหม่ในโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ไมซ์ใหม่ในพื้นที่เมืองไมซ์ใน 6 เส้นทางหลัก ได้แก่

 

 

  • เส้นทางกิจกรรม CSR และการประชุมเชิงอนุรักษ์ อาทิ สหกรณ์นิคมแม่แตงจำกัด อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก วิถีชุมชนท้องถิ่น ณ ชุมชนบ้านออนใต้ ซึ่งได้รับการพัฒนาให้เป็น “ต้นแบบโครงการหมู่บ้าน CIV” ถือว่าเป็นการนำทุนวัฒนธรรม วิถีชีวิตดั้งเดิมผสานกกับความคิดสร้างสรรค์ โดยการออกแบบ สร้างมูลค่าเพิ่มของสินค้าที่ระลึกและผลิตภัณฑ์ ตลอดจนบริการต่างๆ ในชุมชนให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้เรียนรู้ ชมการสาธิตจนถึงทดลองลงมือทำด้วยตนเอง
  • เส้นทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ที่มีประวัติความเป็นมาและมีความผูกพันทางจิตใจของคนรุ่นหลัง อาทิ บ้านถวาย กิจกรรรมบวชต้นยางนา อ. สารภี ประเพณีโบราณของคนเชียงใหม่ ซึ่งปัจจุบันเหลือต้นยางนาตั้งแต่เขตเทศบาลนครเชียงใหม่ถึงบ้านปากกอง 900 กว่าต้นเท่านั้น และการประดิษฐ์โคมและทดลองประดิษฐ์โคมโดยปราชญ์ชาวบ้าน “แม่ครูบัวไหล คณะปัญญา” ผู้ริเริ่มงานทำโคมล้านนาจากวัสดุพื้นบ้าน
  • เส้นทางการสร้างทีมเวิร์ค ผ่านกิจกรรมที่ระดมความคิด แลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน อาทิ ศูนย์ศึกษาพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า และปันผลฟาร์ม เป็นต้น
  • เส้นทางการผจญภัย ที่มีกิจกรรม สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ อาทิ อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก
  • เส้นทางกิจกรรมนำเสนออาหารไทย ในทุกการจัดงานที่หลากหลาย เพื่อสร้างแรงจูงใจในการเดินทาง อาทิ บ้านหัวฝาย ชุมชนบ้านดงบัง เป็นต้น
  • เส้นทางการจัดงานและกิจกรรมหรูหรามีระดับ ซึ่งเป็นที่นิยมเพิ่มมากขึ้นในระยะหลัง เพื่อมอบประสบการณ์สุดพิเศษในกับนักเดินทางกลุ่มไมซ์

 

จับมือกับชุมชนสหกรณ์

นอกจากนี้ ทีเส็บยังร่วมมือกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ โดยนำร่องด้วย 35 ชุมชนสหกรณ์ทั่วประเทศ เพื่อพัฒนาศักยภาพให้เป็นจุดหมายปลายทางใหม่รองรับการจัดงานไมซ์ในรูปแบบใหม่ ซึ่งจะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจในภูมิภาค สนับสนุนให้ชุมชนท้องถิ่นที่มีความพร้อมได้พัฒนาสู่การรองรับธุรกิจการจัดงานไมซ์ โดยเฉพาะในเรื่องของการเป็นสถานที่ศึกษาดูงาน กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับชุมชน หรือจัดกิจกรรมพิเศษตามวาระโอกาสขององค์กรธุรกิจต่างๆ ด้วยจุดแข็งด้านความคิดสร้างสรรค์บนพื้นฐานทรัพยากรและอัตลักษณ์ของแต่ละชุมชน ซึ่งจะสามารถเป็นช่องทางใหม่ด้านรายได้แก่สหกรณ์ได้ โดยในเชียงใหม่มีสหกรณ์ที่มีความพร้อมดำเนินงานดังกล่าว ได้แก่ สหกรณ์นิคมแม่แตงจำกัด และสหกรณ์การเกษตรดอยสะเก็ดพัฒนา จำกัด ที่จะเป็นพื้นที่นำร่องในการนำเอางานเพื่อสังคมของภาคเอกชนเข้าไปจัดกิจกรรมได้ จิรุตถ์ กล่าวโดยสรุป

 

 

 

นโยบายและแผนการส่งเสริมให้จังหวัดเชียงใหม่ให้เป็นเมืองไมซ์ซิตี้

            จังหวัดเชียงใหม่ เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว อุตสาหกรรม การเกษตรและหัตถอุตสาหกรรม การบริการสุขภาพ การศึกษา บนพื้นที่ 12.56 ล้านไร่ ประชากร 1.74 ล้านคน ซึ่งมีผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัด (GPP) จำนวน 222,434 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากภาคบริการถึงร้อยละ 70.3 และกำหนดวิสัยทัศน์ในการพัฒนาจังหวัด โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาเป็น “นครแห่งชีวิตและความมั่งคั่ง” และกำหนดตำแหน่งการพัฒนา (Positioning) ให้เป็นเมืองศูนย์กลาง
การท่องเที่ยวและบริการสากล : MICE CITY, Wellness City โดยมีรายได้จากการท่องเที่ยวในปี 2560 จำนวน 95,899.6 ล้านบาท นักท่องเที่ยว จำนวน 10,084,521 คน โดยคาดการณ์ในปี 2561 จะมีรายได้จากการท่องเที่ยวจำนวน 104,820.36 ล้านบาท ดังนั้น การพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์จึงเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของจังหวัด และการสนับสนุนการดำเนินการด้านการท่องเที่ยวให้เกิดแรงดึงดูดในการท่องเที่ยวจึงสำคัญและต้องได้รับการสนับสนุน      

            โดยจังหวัดเชียงใหม่ได้ประกาศใช้แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรม MICE จังหวัดเชียงใหม่ (2561 – 2564)  เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2561 โดยการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง จังหวัดเชียงใหม่ /สสปน./คณะกรรมการส่งเสริมและขับเคลื่อนอุตสาหกรรม MICE จังหวัดเชียงใหม่/ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และได้กำหนดวิสัยทัศน์เป็น “เชียงใหม่ นครที่เป็นที่สุดแห่งความสง่างามทางวัฒนธรรม จุดหมายปลายทางของกิจกรรมไมซ์ในเอเชีย” (Chiang Mai The Splendid City of Culture and Destination for MICE in Asia)

 

 

 

พันธกิจ

  1. สนับสนุนการจัดงานไมซ์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและกระจายรายได้สู่ชุมชน
  2. ส่งเสริมภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมไมซ์ด้วยการบริการชั้นเลิศและมีอัตลักษณ์ของความเป็นวัฒนธรรม
  3. พัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์บนฐานความรู้และพัฒนาผู้ประกอบการไมซ์ในพื้นที่ให้ได้มาตรฐานสากล
  4. ส่งเสริมแนวปฏิบัติด้านความยั่งยืน เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันระยะยาว

เป้าประสงค์

  1. จำนวนรายได้และนักเดินทางของกิจกรรมไมซ์เพิ่มมากขึ้น
  2. จำนวนนักเดินทางจากอุตสาหกรรมไมซ์จังหวัดที่เพิ่มขึ้น
  3. เศรษฐกิจสมดุลและขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

ประเด็นยุทธศาสตร์

  1. ส่งเสริมการประชาสัมพันธ์และการตลาดไมซ์แบบมุ่งเป้าตลาดเอเชีย
  2. ยกระดับการบริการ พัฒนาสินค้าท่องเที่ยว สร้างโอกาสในกิจกรรมไมซ์ โดยใช้ทุนทางวัฒนธรรม
  3. พัฒนา ยกระดับ บุคลากรที่มีส่วนสนับสนุนอุตสาหกรรมไมซ์ในพื้นที่
  4. 4. ยกระดับและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสนับสนุนการจัดกิจกรรมไมซ์

 

Comments
จุฑาทิพ อิงวัฒนโภคา
บรรณาธิการ นิตยสาร B-Connect อดีตบรรณาธิการนิตยสารการตลาดอีกหลายเล่มในช่วงชีวิตที่ผ่านมา
Top