You are here
Home > Leisure > 25th Hours > ตามรอยพระเจ้าตากฯ ที่วัดสุวรรณฯ จรัญ 32

ตามรอยพระเจ้าตากฯ ที่วัดสุวรรณฯ จรัญ 32

ภาพ : พิชญ์สินี ทิพย์จันทร์, บมจ.บัตรเครดิตกรุงไทย

“หนึ่งด้าว ฟ้าเดียว” เป็นละครไทยอีกเรื่องที่จุดประเด็นให้คนไทยสนใจตามรอยประวัติศาสตร์ยุคปลายอยุธยาและการกู้เอกราชชองพระเจ้าตากสินมหาราช ซึ่งส่งผลให้พระองค์ทรงตรากตรำพระวรกายกับศึกสงสงครามตลอดรัชสมัยและทรงเดินทางทำศึกในหลายหัวเมือว ทำให้พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตรย์ที่มีพระราชานุสาวรีย์ตามจังหวัดต่างๆ มากที่สุดพระองค์หนึ่งทีเดียว

สำหรับในกรุงเทพฯ นอกจากพระราชานสาวรีย์ที่วงเวียนใหญ่แล้ว ยังมีอีกแห่งที่วัดสุวรรณารามราชวรวิหาร  หรือ “วัดทอง” จรัญสนิทวงศ์ 32 บางกอกน้อยอีกแห่ง วัดนี้สำหรับคนยุคนี้อาจเป็นที่ใครๆ ขับผ่านไปอย่างไม่ใส่ใจนัก โดยเฉพาะเมื่อความเจริญคืบคลานมาถึงฝั่งธนและมีการก่อสร้างรถไฟฟ้า ทำให้จราจรย่านนี้อาจไม่คล่องตัวนัก แต่สำหรับวันหยุดแล้วตรงข้ามเลยทีเดียว ที่สำคัญ วัดแห่งนี้ถือเป็นปูชียสถานที่มีความเป็นมายาวนานตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาและเป็นลานประหารเชลยศึกพม่าที่จับมาได้จากค่ายบางแก้ว จ.ราชบุรี กว่า 1,300 ชีวิตและฝั่งอยู่โดยรอบวัดแห่งนี้ !!

สายๆ วันหนึ่ง เรามีโอกาสได้มาตามรอยพระเจ้าตากฯ ร่วมกับคณะของ คุณพจนีย์พร ชำนาญภักดี ผู้อำนวยการ ทรัพยากรบุคคล และทีมงานของ บมจ. บัตรเครดิตกรุงไทย หรือ เคทีซี ที่มาร่วมจัดกิจกรรม เคทีซีชวนน้องท่องกรุง เรียนรู้วัฒนธรรม ผ่านวิถีชุมชนที่วัดแห่งนี้และพิพิธภัณฑ์ชุมชนตรอกข้าวเม่า เพื่อให้น้องๆ ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและประเพณีความเชื่อที่สืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน

ระยะทางที่เข้ามาจากปากทางถึงวัดก็ราวๆ 700 เมตร เมื่อดูจากภายนอกก็เป็นวัดขนาดกระทัดรัด หันหน้าสู่คลองบางกอกน้อย ซึ่งด้านนี้ถือเป็นด้านหน้าวัดมาแต่โบราณ แต่เมื่อความเจริญเยื้องกรายเข้ามา มีถนนเข้าถึงด้านหน้าของวัดก็กลับกลายเป็นด้านหลังของวัดโดยปริยายและบริเวณด้านติดคลองนี้เองที่ทางวัดได้อัญเชิญพระราชานุสาวรีย์ของพระเจ้าตากสินมหาราชที่มาจากโผวเล้ง ประเทศจีน บ้านเกิดของพระองค์มาประดิษฐานในปี 2558 พร้อมกับทำพิธีขออโหสิกรรมดวงวิญญาณเชลยพม่าที่ถูกประหารชีวิตฝังไว้ในวัดแห่งนี้ด้วย

นอกจากนี้ วัดสุวรรณารามราชวรวิหาร ยังมีหลวงพ่อศาสดา  พระพุทธรูปสมัยสุโขทัยปางมารวิชัยที่ชาวบ้านมากราบไหว้ขอพรหรือบนบานศาลกล่าว และแก้บนด้วยการวิ่งม้า ซึ่งใช้คนวิ่งควบผ้าขาวม้าที่พับเป็นสัญลักษณ์แทนม้าเท่านั้น  ส่วนภายในพระอุโบสถยังมีศิลปล้ำค่าอีกประการ คือ ภาพจิตรกรรมฝาผนังด้านในที่เขียนขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 อันเป็นพระราชประสงค์เมื่อครั้งที่พระองค์เสด็จมายังวัดนี้ และถือเป็นภาพจิตรกรรมที่โดดเด่นและสมบูรณ์ที่สุดในยุคต้นรัตนโกสินทร์ เนื่องจากเป็นผลงานของสุดยอดสองช่างศิลป์ในสมัยนั้นที่ ซึ่งก็คือหลวงวิจิตรเจษฎา (ครูทองอยู่) ซึ่งเชี่ยวชาญการเขียนภาพแบบไทยที่เขียนประชันฝีมือกับหลวงเสนีย์บริรักษ์ (ครูคงแป๊ะ) ซึ่งเชี่ยวชาญการเขียนภาพแบบจีน แต่ทั้งสองแนวบก็กลับกลมกลืนกันได้ดี

ละแวกใกล้เคียงวัดก็เป็นชุมชนตรอกข้าวเม่า ที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรี และสืบทอดวัฒนธรรม การทำอาหารและขนมจากข้าวเม่าจนถึงปัจจุบัน อาทิ ข้าวเม่าหมี่ อาหารว่างโบราณ ภูมิปัญญาของชาวบ้านที่สืบทอดต่อกันมาตั้งแต่สมัยอยุธยาข้าวเม่าราง กระยาสารท ฯลฯ และขอเชิญให้ชมพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นที่ยังเก็บรวบรวมข้าวของเครื่องใช้ในอดีต ซึ่งเป็นร่องรอยแห่งวัฒนธรรมเพื่อไว้บอกต่อจากรุ่นสู่รุ่นและหากไปวันเสาร์อาทิตย์ก็เยี่ยมชม ช็อป ชิม ชิลล์กับตลาดบางกอกน้อย หรือตลาดไร้คาน ซึ่งติดริมน้ำด้านข้างวัดได้เลย มีร้านค้า การแสดงและงานหัตถกรรมจากบ้านบุที่นำงานขันลงหินและงานสแตนเลสขึ้นรูปด้วยมือมาจำหน่ายอีกด้วย

 

Comments
จุฑาทิพ อิงวัฒนโภคา
บรรณาธิการ นิตยสาร B-Connect อดีตบรรณาธิการนิตยสารการตลาดอีกหลายเล่มในช่วงชีวิตที่ผ่านมา
Top