You are here
Home > Featured > ดร.ณรงค์ฤทธิ์ วงศ์สุวรรณ ยุทธการสู่ : “นมแห่งชาติ” ภายในปี 2564

ดร.ณรงค์ฤทธิ์ วงศ์สุวรรณ ยุทธการสู่ : “นมแห่งชาติ” ภายในปี 2564

ยุทธการสู่ “นมแห่งชาติ” ขององค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ที่ต้องเดินหน้า เพื่อการยกระดับอุตสาหกรรมการเลี้ยงโคนมและการผลิตผลิตภัณฑ์นมทั้งโซ่คุณค่า (Value Chain) อีกทั้งต้องทำยอดขายให้เกิน 1 หมื่นล้านบาทในปี 2562 นั้น ซึ่งในปี 2561 ที่ผ่านมายอดขายขยับขึ้นมาถึง 9,000 กว่าล้านบาทแล้ว สภาพการแข่งขันที่เข้มข้นจากผลิตภัณฑ์นมที่เข้ามาเติมในตลาดหลายประเภท ทั้งจากผู้เล่นเก่าและผู้เล่นหน้าใหม่นี้ ดร.ณรงค์ฤทธิ์ วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการ อ.ส.ค. ได้อัพเดทถึงยุทธศาสตร์ขององค์กรในปี 2019 ทั้งในภาพรวมช่องทางการจำหน่าย และร้านไทย-เดนมาร์ค มิลค์แลนด์ ร้านใหม่ล่าสุดที่ไอคอนสยาม โซนสุขสยาม กับ นมแลคโตส ฟรี ผลิตภัณฑ์ล่าสุดของแบรนด์นมไทย-เดนมาร์ค ที่เพิ่งออกวางตลาด

 

 

Q : ยุทธการสู่ “นมแห่งชาติ” ภายในปี 2564 นั้น อ.ส.ค.มีแผนกลยุทธ์อย่างไรบ้าง

ตอนนี้ยุทธศาสตร์องค์กรที่เราเดินตามแผนวิสาหกิจของ อ.ส.ค. ปี 2017-2020 สำหรับปีงบประมาณ 2019 เป็นปีที่เราต้องเร่งก้าวไปสู่การเป็น “นมแห่งชาติ” ในปี 2021 ให้ได้ ทั้งนี้ ตามวิสัยทัศน์ที่ อ.ส.ค.จะต้องไปให้ถึงมี 4 เป้าประสงค์ นั่นคือ 1. ผลประกอบการทางธุรกิจที่จะต้องทำยอดขายให้ได้ในปี 2019 กว่า 1 หมื่นล้านบาท 2. การเป็น Top of Mind ของอุตสาหกรรม 3. การเป็นศูนย์กลางความรู้เกี่ยวกับโคนมของประเทศไทย 4. การยกระดับการบริหารจัดการองค์กรให้เป็นรัฐวิสาหกิจที่มีขีดความสามารถสูง

การเติบโตของ อ.ส.ค. จะต้องเติบโตตามปริมาณน้ำนมดิบของเกษตรกร โดยเราจะต้องรับน้ำนมดิบไม่น้อยกว่า 700 ตัน/วัน ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกัน อ.ส.ค.ก็จะต้องขับเคลื่อนในทุกภาคส่วนของโซ่คุณค่า โดยในส่วนของต้นน้ำเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกร ตามนโยบายใช้นมโคสดแท้ 100% ฉะนั้น อ.ส.ค.จึงต้องทำความเข้าใจกับเกษตรกรทั้งในแง่การพัฒนาปรับปรุงทั้งปริมาณ คุณภาพและมาตรฐานน้ำนมดิบ ขณะที่ในส่วนของกลางน้ำ อ.ส.ค.ต้องปรับปรุงพัฒนา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและกำลังผลิตของตนเองให้สามารถรองรับกำลังการผลิตของเกษตรกรที่เพิ่มขึ้น สำหรับส่วนของปลายน้ำ อ.ส.ค.ต้องทำให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจกับแบรนด์ รวมไปถึงคุณภาพและมาตรฐานของผลิตภัณฑ์

 

Q : การเป็น Top of Mind อ.ส.ค. มีแผนอย่างไรสำหรับปีนี้

            สำหรับการเป็น Top of Mind นั้น อ.ส.ค.ยังคงตอกย้ำจุดแข็งว่า ผลิตภัณฑ์ของเราผลิตจากน้ำนมโคสดแท้ 100% ไม่ผสมนมผง ล่าสุด อ.ส.ค.ได้เดินหน้าขยายพอร์ตกลุ่มผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์ค ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ “ไทย-เดนมาร์ค แลคโตส ฟรี” (Thai-Denmark Lactose Free) ทางเลือกใหม่ของนมพร้อมดื่ม ยู.เอช.ที ภายใต้ Key Message “นมดีไม่แพ้ ของแท้ไม่ผสม”เจาะตลาดกลุ่มผู้แพ้น้ำตาลแลคโตส ด้วยผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์ค ปราศจากน้ำตาลที่ผลิตจากนมโคสดแท้ 100% ที่นำมาผ่านกระบวนการผลิตพิเศษที่ย่อยแลคโตสให้เป็นน้ำตาลโมเลกุลที่เล็กลง ร่างกายสามารถดูดซึมได้ง่ายขึ้น ดื่มง่าย สบายท้อง แต่ยังคงความหวานจากน้ำตาลธรรมชาติในนมและมีรสชาติความอร่อยเหมือนนมวัวทั่วไป

นอกจากนี้ เพื่อให้ อ.ส.ค.เข้าถึงกลุ่ม New Gen และกลุ่มครอบครัวได้มากขึ้น ทาง อ.ส.ค.ได้เปิดร้าน “ไทย-เดนมาร์ค มิลค์แลนด์”  ณ ศูนย์การค้าไอคอนสยาม โซนสุขสยาม ชั้น UG เป็นสาขาที่ 3 ต่อจากสาขา 1 ที่ตั้งอยู่ในบริเวณโรงงาน อ.ส.ค. อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี และสาขา 2 ตั้งอยู่ ณ บริเวณตลาด อ.ส.ค. อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี  ทั้งนี้ เพื่อกระตุ้นการบริโภคนมของคนไทยให้มากขึ้นจากสถิติเดิมที่คนไทยบริโภคนมเพียง 18 ลิตร/คน/ปี ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณที่ต่ำมากๆ เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ และโครงการนี้เป็นการต่อยอดโครงการอาหารเสริม(นม)โรงเรียนที่ อ.ส.ค.ดำเนินการมานาน ทั้งนี้ “ไทย-เดนมาร์ค มิลค์แลนด์” จะทำให้เราเข้าถึงคนกลุ่มผู้บริโภคใหม่ๆ ได้เป็นอย่างดี ในโลเคชั่นระดับไพรม์ของเมือง เราจึงมีแผนที่จะเปิด “ไทย-เดนมาร์ค มิลค์แลนด์” ในเมืองต่างๆ ทั่วทุกภูมิภาค ซึ่งก่อนหน้านี้ทาง อ.ส.ค.ได้เปิด “ไทย-เดนมาร์ค มิลค์ช็อป” ในสถาบันการศึกษา ทั้งระดับโรงเรียน – มหาวิทยาลัย เพื่อให้นักเรียนนักศึกษาสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ของเราได้อย่างเต็มที่

 

Q : แล้วยุทธศาสตร์อื่นๆ สู่การเป็น “นมแห่งชาติ คืออะไร

ส่วนการเป็นศูนย์กลางความรู้เรื่องโคนมของประเทศไทยนั้น เดิม อ.ส.ค.ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานที่ให้ความรู้ กับเกษตรกรทั้งการเลี้ยงโคนม การดูแล การบริหารจัดการฟาร์มโคนม เพื่อเพิ่มผลผลิตและยกระดับมาตรฐานของน้ำนมดิบและฟาร์ม การลดต้นทุน การใช้ประโยชน์สูงสุดจากการทำปศุสัตว์โคนม การรวมชุมชนเพื่อทำเกษตรแปลงใหญ่สำหรับการเพาะปลูกอาหารสัตว์ เพื่อการเลี้ยงโคนม และล่าสุด อ.ส.ค. มีแผนที่จะจัดตั้งสถาบันโคนม หรือ Diary Academy เพื่อพัฒนาสถาบันที่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงโคนมทั้งโซ่อุปทาน (Supply Chain)

            ขณะที่ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการองค์กรของ อ.ส.ค.นั้น บริษัท ไทยเรทติ้งแอนด์อินฟอร์เมชั่นเซอร์วิส จำกัด สถาบันจัดอันดับเครดิตแห่งแรกของไทยและจัดตั้งขึ้นโดยการสนับสนุนของกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยนั้นได้กำหนดเกณฑ์ประเมินที่เรียกว่า KPI ทั้งนโยบาย ผลประกอบการที่เป็นเม็ดเงินและไม่ใช่เม็ดเงิน ตลอดจนการบริหารจัดการองค์กร ซึ่งในประเด็นนี้ เราได้ดำเนินการปรับปรุงตนเองเพื่อเข้าสู่การเป็นองค์กรที่มีขีดสมรรถนะสูง พร้อมทั้งเตรียมการทางด้านกระบวนการจัดการภายในองค์กร การบริหารทรัพยากรบุคคล ไอที รวมทั้งการควบคุมภายในและระบบการตรวจสอบการทำงานที่มีความโปร่งใส ใช้เทคโนโลยี ตรวจสอบได้ ตลอดจนมีนวัตกรรมเข้ามาสนับสนุนและยกระดับการบริหารงานภายในองค์กร

 

Q : ยุทธศาสตร์ทางด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนของอ.ส.ค. เป็นอย่างไร

อ.ส.ค.ยังคงมุ่งสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช(รัชกาลที่9)ที่ทรงพระราชทานอาชีพการเลี้ยงโคนมให้กับประชาชนชาวไทย พร้อมกับการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่ว่าด้วย
“3 ห่วง” (ความพอประมาณ ความมีเหตุผล ภูมิคุ้มกัน) “2 เงื่อนไข” (ความรู้ – คุณธรรม) มาใช้ในการบริหารองค์กร ควบคู่กับการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียของ อ.ส.ค.ตั้งแต่ต้นน้ำ ถึงปลายน้ำ ด้วยนโยบาย 5 ส. นั่นคือ

  • ส.ที่ 1 เสริมความสัมพันธ์ระหว่างเกษตรกร สหกรณ์กับ อ.ส.ค.ให้ยั่งยืน
  • ส.ที่ 2 สนับสนุนการทำธุรกิจแบบโปร่งใส เป็นธรรมตามเป้าหมาย
  • ส.ที่ 3 สร้างอุตสาหกรรมที่เป็นเลิศทั้งในด้านคุณภาพ ความปลอดภัยทางด้านอาชีวอนามัยและ สิ่งแวดล้อม
  • ส.ที่ 4 ส่งเสริมคุณภาพการทำงาน (Quality of Working Life) และคุณภาพชีวิตบุคลากร ทุกระดับ (Happy Work Place)
  • ส.ที่ 5 สู่การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรของ อ.ส.ค.เพื่อสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนให้กับ สังคมและประเทศในที่สุด

พร้อมทั้งดำเนินงานตั้งแต่ระดับต้นน้ำ ถึงปลายน้ำที่ผ่านมา คือ

  • การดูแลระดับต้นน้ำให้เกิดความมั่นคง ยั่งยืน
  • จัดการระดับกลางน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ
  • พัฒนาระดับปลายน้ำให้เกิดช่องทางและโอกาสทางการตลาด
  • การวางรากฐานการบริหารจัดการองค์กรสู่ความเป็นเลิศ

ด้วยเป้าหมายของ อ.ส.ค.มิได้อยู่แค่การแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ซึ่งต้องมีการกำกับดูแลกิจการที่ดี (CG) อยู่แล้ว แต่เรายังมองไกลออกไปถึงการสร้างคุณค่าร่วมระหว่างธุรกิจและ สังคม หรือ CSV (Creating Shared Value) ด้วยการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการสร้าง คุณค่าทางสังคม พร้อมกับการดำเนินสู่ยุทธศาสตร์ “นมแห่งชาติ” ของ อ.ส.ค.ภายในปี 2564 และมุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาติ (SDGs : Sustainable Development Goals)

 

Q : 2019 จะเป็นอีกปีที่กล่าวได้หรือไม่ว่า  อ.ส.ค.มีการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่รุดหน้าไปมาก โดยเฉพาะ คาร์บอนฟุตพริ้นท์

เป็นความจริง เพราะนอกจากการบริหารจัดการ การทำการตลาดจนถึงการขายแล้ว ในส่วนของการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมก็ยังเป็นภารกิจที่เราให้ความสำคัญมานาน โดยในปี 2017 อ.ส.ค.ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ การดำเนินการขึ้นทะเบียนฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์ค ระหว่าง อ.ส.ค.ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และบริษัท เอส ไอ จี คอมบิบล็อค จำกัด ตามนโยบาย อ.ส.ค. ปี 2561 ที่จะยกระดับผลิตภัณฑ์นม ยู.เอช.ที ไทย-เดนมาร์ค ด้วยการติดฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint Label) บนกล่องนม ยู.เอช.ที เพื่อส่งเสริมให้ผู้บริโภคตระหนักและรับรู้ถึงข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของผลิตภัณฑ์ ตลอดจนเป็นการเพิ่มขีดความสามารถของอุตสาหกรรมนมไทยในการแข่งขันตลาดโลก เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคทั้งภายในและต่างประเทศมีแนวโน้มให้ความสำคัญกับสินค้าที่มีการผลิตเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การดำเนินการ เพื่อขึ้นทะเบียนฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์นั้นทั้งสามหน่วยงานมีแผนสร้างความร่วมมือและทำงานร่วมกัน อาทิ การแลกเปลี่ยนข้อมูลวิชาการ การฝึกอบรมความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์นม ยู.เอช.ที และการคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ พร้อมสนับสนุนด้านงานวิจัย การวิเคราะห์ และตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดแนวทางการประเมินฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ด้วย

ในปี 2018 ที่ผ่านมา อ.ส.ค. ได้เก็บข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการผลิตผลิตภัณฑ์นมทั้งโซ่อุปทานนับแต่ต้นน้ำของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม จนถึงกลางน้ำและปลายน้ำ อันได้แก่ การผลิตของอ.ส.ค.และการจำหน่ายถึงผู้บริโภค เนื่องจากการพิจารณาเรื่องคาร์บอนฟุตพริ้นท์จะพิจารณาตั้งแต่ ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจากผลิตภัณฑ์แต่ละหน่วยตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่กระบวนการจัดหาวัตถุดิบ การผลิต การขนส่ง การประกอบชิ้นส่วน การใช้งานและการจัดการซากผลิตภัณฑ์หรือของเสียหลังใช้งาน โดยคำนวณออกมาในรูปคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

ทั้งนี้ นอกจากเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์จะเป็นข้อมูลช่วยในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภคแล้ว ยังทำให้ อ.ส.ค.ทราบปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์นม ยู.เอช.ที ซึ่งจะสามารถปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีการผลิตให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น สอดรับเทรนด์การตลาด การค้าและเทรนด์การบริโภค ซึ่งปัจจุบันหลายประเทศได้เริ่มนำฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์มาใช้แล้ว อาทิ อังกฤษ ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ แคนาดา ญี่ปุ่น และเกาหลี เป็นต้น ขณะเดียวกัน ยังมีการเรียกร้องให้สินค้าที่นำเข้าจากไทยต้องติดเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ด้วย

 

Q : อ.ส.ค. มียุทธการรักษ์โลกอะไรเพิ่มเติมอีกหรือไม่ในปี 2019

อ.ส.ค.เองมีแผนขยายแคมเปญรีไซเคิลกล่องนมไปทั่วทุกภูมิภาค เพื่อเป็นส่วนเพิ่มขยายในส่วนของการดูแลโลกของเรา โดยในปี 2019  กรุงเทพมหานคร ได้ปรับเลี่ยนนโยบายของโครงการอาหารเสริม(นม)โรงเรียน จากเดิมที่เคยใช้นมพาสเจอร์ไรส์ ซึ่งเป็นถุงพลาสติกมาเป็นนมกล่อง ยู.เอช.ที เนื่องจากเกิดขยะจากถุงพลาสติกวันละหลายตัน ซึ่งจะกลายเป็นขยะของกทม. และเป็นภาระที่ต้องกำจัดต่อไป แต่ถ้าใช้กล่องนมก็ยังสามารถนำกลับไปรีไซเคิลได้ โดยเป็นโครงการความร่วมมือ
ระหว่าง อ.ส.ค. – กรุงเทพมหานคร- กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยจะร่วมในโครงการอาหารเสริม(นม)โรงเรียนก่อน ส่วน อ.ส.ค.ก็จะร่วมมือในแง่ของการจัดเก็บ มีบริษัทไฟเบอร์พัฒน์ จำกัด เป็นผู้จัดเก็บและอาจจะมีนิคมอุตสาหกรรม รวมทั้งภาคเอกชนบางส่วนเข้ามาให้คามร่วมมือในภายหลังเพิ่มเติม

ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนเมษายน 2018 ที่ผ่านมา เราทำแคมเปญรีไซเคิลกล่องนม ด้วยการทำโครงการหลังคาเขียว
จ.ขอนแก่น โดยได้มอบหลังคาเขียวที่ผลิตจากกล่องนม ยู.เอช.ที ที่ใช้แล้วมาทำการรีไซเคิลให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม จำนวน 6 รายที่ประสบพายุวาตภัย จำนวน 206 แผ่น คิดเป็นมูลค่า 98,800 บาท  และทำผ้าป่ากล่องนมร่วมกับวัดที่ภาคอีสาน เพื่อนำกล่องนมมาเปลี่ยนเป็นหลังคาฟาร์มโคนมของเกษตรกร กรณีเกษตรกรประสบภัยพิบัติ เช่น อุทกภัย วาตภัย ฯลฯ  และในปี 2019 นี้เรามีแผนขยายโครงการหลังคาเขียวมาที่ภาคกลาง ภาคใต้ สุโขทัยอีก 4 โรงงานที่มีนม ยู.เอช.ที และชุมชนรอบๆ โรงงาน ซึ่ง อ.ส.ค.ต้อง แนะนำวิธีการเก็บ การพับ  ตลอดจนการประสานงานกับคนเก็บ จุดเก็บ โดยเราเองก็ต้องมีระบบรองรับกล่องนมเปล่าด้วย

Comments
Top