You are here
Home > Columnist > ของเล่น ขงเบ้ง นวัตกรรมการรบยุคสามก๊ก

ของเล่น ขงเบ้ง นวัตกรรมการรบยุคสามก๊ก

ใครอ่านสามก๊กย่อมต้องยอมรับว่า วรรณกรรมเล่มนี้เต็มไปด้วยการชิงไหวชิงพริบ การใช้สติปัญญาและกลอุบายในการรบตลอดทั้งเรื่อง โดยมีตัวชูโรงในฐานะเสนาธิการใหญ่ คือ ขงเบ้ง ผู้มีฉายาว่า ฮกหลง (มังกรหลับ) ผู้หยั่งรู้ดินฟ้ามหาสมุทร

มีคำกล่าวที่ว่า “ถ้าได้ฮกหลงหรือฮองซูคนใดคนหนึ่งมาก็จะสามารถเป็นใหญ่ในใต้ฟ้าได้”นั่นจึงทำให้เล่าปี่เพียรเชิญขงเบ้ง มังกรที่ซ่อนตัวอยู่ในกระท่อมน้อยบนเขาโงลังกั๋งถึงสามครั้งสามครา ซึ่งคำกล่าวนี้มิได้เกินจริงเลย เพราะเมื่อได้ขงเบ้งร่วมบัญชาการรบ เล่าปี่ก็กลายเป็นพยัคฆ์ติดปีกทั้งที่มีทหารเพียงหยิบมือ

ชื่อเสียงของขงเบ้งเป็นที่จดจำมาตั้งแต่การรบทางเรือกับทัพโจโฉในศึกเซ็กเพ็ก (ผาแดง) แต่ขงเบ้งก็มิได้เป็นเพียงผู้วางแผนการรบที่เยี่ยมยอดและหยั่งรู้ดินฟ้าเท่านั้น หากแต่ยังเป็นนักประดิษฐ์คิดค้นที่เปี่ยมด้วยพลังแห่งการสร้างสรรค์อีกด้วย

สิ่งประดิษฐ์ของขงเบ้งที่น่าจะเรียกว่าเป็น “ของเล่น” นั้นต้องบอกว่าเป็นเหมือนของเล่น แต่กลับมีอานุภาพทำลายล้างร้ายแรงและเป็นนวัตกรรมใหม่ของยุทโธปกรณ์ที่เราได้อ่านกันในสงครามสามก๊ก

ของเล่นชุดแรกของขงเบ้งสร้างขึ้นในตอนที่ขงเบ้งไปรบกับเบ้งเฮ็ก ขงเบ้งต้องยกทัพไปทางตอนใต้ของจีน เพื่อปราบเบ้งเฮ็ก หรือ อ๋องม่าน ซึ่งดินแดนส่วนนี้เข้าใจว่าเป็นดินแดนที่คนไทยเคยอยู่อาศัยและเบ้งเฮ็กก็น่าจะเป็นคนไทยด้วย การยกทัพมารบในครั้งนี้ต้องเดินทางผ่านพื้นที่ทุรกันดาร มีความยากลำบากสารพัด แต่ขงเบ้งก็สามารถนำทัพมาต่อสู้และจับตัวเบ้งเฮ็กได้ถึงเจ็ดครั้ง

สาเหตุที่ต้องจับแล้วปล่อยกันถึงเจ็ดครั้งนี้เป็นเพราะขงเบ้งต้องการให้เบ้งเฮ็กยอมสวามิภักดิ์ด้วยใจจริง เพื่อจะได้ไม่แข็งเมืองในอนาคตอีก ขงเบ้งจึงยอมปล่อยตัวเบ้งเฮ็กไป เบ้งเฮ็กก็หนีไปพึ่งพาเมืองต่างๆ ให้ช่วยรบกับขงเบ้ง แต่ทุกครั้งขงเบ้งก็สามารถวางแผนจับตัวเบ้งเฮ็กและฆ่าเจ้าเมืองที่มาช่วยเหลือได้ จนครั้งที่หก เบ้งเฮ็กหนีไปพึ่ง บกลกไต้อ๋อง เป็นนายถ้ำปัดหลับ ต๋อง (ดินแดนแถบนี้เข้าใจกันว่าเป็น สิบสองปันนา อยู่ทางตอนใต้ของจีน ปัจจุบันเป็นที่อยู่ของชาวไทยลื้อ) บกลกไต้อ๋องผู้นี้ชำนาญการร่ายมนต์สามารถเรียกลมพายุ เรียกสัตว์ร้ายมาใช้งานได้และยังมีทหารฝีมือดีสามหมื่นนาย

เมื่อรบกับทัพของบกลกไต้อ๋องครั้งแรก ทหารของขงเบ้งต่างก็ต้องประหลาดใจ เมื่อเห็นกระบวนทัพที่แปลกตา เห็นทหารของบกลกไต้อ๋องปล่อยตัวเปลือยเปล่า ไม่สวมเสื้อเกราะ หน้าตาดุดัน แค่เปลือยเปล่านี่ก็อาจจะทำให้ทหารของขงเบ้งเสียสมาธิในการรบแล้ว ยังมีลมพายุพัดก้อนหินกระเด็นมาดังห่าฝนและบรรดาสัตว์ร้ายกรูกันออกมาไล่ฆ่าฟันทหารของขงเบ้ง จนหนีแตกทัพกลับมาแทบไม่ทัน ศึกในวันแรกจึงจบลงด้วยความพ่ายแพ้  แต่ขงเบ้งก็หาได้เกรงกลัวต่อคาถาอาคมของบกลกไต้อ๋องไม่ ยังคงคิดอุบายการสู้รบ เพื่อเอาชนะต่อไป

ครั้งนี้ขงเบ้งจึงให้ทหารเอาเกวียนมาสิบเล่ม ฉาบน้ำมันสีแดงไว้ที่เกวียน แล้วตั้งไว้ที่หน้าค่าย จากนั้นเอาเกวียนมาอีกสิบเล่ม ฉาบน้ำมันสีดำตั้งไว้ข้างหลัง แล้วขงเบ้งก็ให้วาดรูปสัตว์ขนาดใหญ่ลงในแผ่นไม้ ใช้ด้ายสีต่างๆ ทำเป็นขนคลุมตัวสัตว์ ใช้เหล็กเป็นเขี้ยวและเล็บสัตว์ นำไปติดไว้กับตัวเกวียน ทำให้ดูเหมือนเกวียนนั้นเป็นสัตว์ร้ายขนาดใหญ่ที่บรรจุคนไว้ภายในได้สิบคน ของเล่นชุดแรกของขงเบ้งจึงเป็นเกวียนสัตว์ร้ายทั้งสิบตัวที่ภายนอกดูเป็นสัตว์ขนาดใหญ่ แต่ภายในมีคนควบคุมอยู่ถึงสิบคน และยังบรรจุเชื้อเพลิงเอาไว้เต็มพิกัดอีกด้วย

วันต่อมา ขงเบ้งออกโรงยกทัพมาเอง ฝ่ายบกลกไต้อ๋องผู้ทระนงว่าสามารถเอาชนะทัพขงเบ้งมาครั้งหนึ่งแล้ว เมื่อเห็นขงเบ้งอยู่ในเกวียนน้อยก็เริ่มเปิดศึกด้วยการร่ายมนต์ สั่นกระดิ่งเรียกสัตว์ร้าย ครู่หนึ่งก็เกิดลมพายุพัดกระหน่ำ สัตว์ร้ายต่างๆ ก็กรูกันออกมา ขงเบ้งเห็นดังนั้นก็หาได้เกรงกลัวไม่ ยกมือขึ้นสะบัดพัดขนนกเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ลมพายุก็พัดกลับไปยังทัพข้าศึก (ในเรื่องสามก๊กก็ไม่ได้อธิบายว่า    ขงเบ้งทำได้เพราะมีเวทย์มนต์หรืออย่างไร แต่จากที่ได้อ่านมาหลายรอบ ผู้เขียนเห็นว่าอะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ สำหรับคนเหนือคนอย่างขงเบ้ง)

จากนั้นบรรดาสัตว์ปลอมของขงเบ้งก็กรูกันออกไปบ้าง สัตว์จริงเจอกับสัตว์ปลอมที่ตัวใหญ่กว่า หน้าตาน่าเกลียดน่ากลัวกว่า แถมยังพ่นไฟออกมาทางปาก มีควันดำพุ่งออกมาทางจมูก เพราะทหารข้างในเกวียนจุดไฟอยู่ภายใน สัตว์จริงจึงเกิดอาการตระหนกตกใจ พากันกลับหลังหันหนีกลับเข้าถ้ำกันหมดและด้วยความตระหนกของสัตว์จึงไม่รู้ว่า พวกไหนเป็นนาย พวกไหนเป็นศัตรูจึงเหยียบทหารม่านของเบ้งเฮ็กล้มตายเป็นอันมาก จังหวะนี้ขงเบ้งก็สั่งลุยให้ทหารไล่ตามตีทัพทหารม่าน บกลกไต้อ๋องก็ตายระหว่างชุลมุนนั้นเอง ส่วนเบ้งเฮ็กหนีไปได้ แต่ก็ยังมิวายถูกจับด้วยกลอุบายตื้นๆ แกล้งให้คนจับตัวเองมาให้  เบ้งเฮ็กหวังจะลอบสังหารขงเบ้ง แต่ก็ถูกซ้อนกลจนถูกจับได้จริงๆ

หลังปราบเบ้งเฮ็กจนยอมสวามิภักดิ์เรียบร้อยแล้ว ขงเบ้งก็ยังยกทัพไปรบกับ วุยก๊ก ของพระเจ้าโจผีบุตรโจโฉอีกหกครั้งและขงเบ้งต้องต่อสู้กับคู่ปรับที่เรียกว่า “มวยถูกคู่” อย่างสุมาอี้ ซึ่งแม้อาจจะมิได้มีปัญญายิ่งใหญ่อย่างขงเบ้ง แต่ก็สามารถต่อกรกับขงเบ้งได้หลายครั้ง และในการรบครั้งสุดท้าย ก่อนที่ขงเบ้งจะสิ้นอายุขัยก็ได้สร้างนวัตกรรมทางการรบชิ้นสำคัญที่สร้างขึ้นมาเพื่อประโยชน์ในการขนส่งเสบียงและเป็นของเล่นของขงเบ้งที่หลอกลวงให้ข้าศึกทำงานให้ได้อย่างน่าอัศจรรย์

เมื่อขงเบ้งรบกับสุมาอี้นั้น สุมาอี้เกรงกลัวต่อความเฉียมคมของขงเบ้งและเพลี่ยงพล้ำเสียทีอยู่หลายครั้งหลายครา จึงให้ทหารอยู่แต่ในค่าย ไม่ยอมออกรบ ด้วยหวังจะให้ทัพขงเบ้งซึ่งยกมาไกลขาดเสบียงจนต้องยกทัพกลับ แต่ตรงข้าม ขงเบ้งสั่งให้ช่างทำโคยนต์เพื่อใช้แทนโคกระบือในการขนเสบียง และโคยนต์นี้ก็มีประสิทธิภาพในการทำงานดีเยี่ยม สามารถเดินขึ้นเขาลงห้วย ฝ่าทางทุรกันดารได้อย่างง่ายดาย เมื่อสุมาอี้รู้ข่าวว่า ขงเบ้งใช้โคยนต์ขนส่งเสบียง จึงให้ทหารไปซุ่มตีทหารของขงเบ้งที่คุมเสบียงและนำโคยนต์มาสี่ห้าตัว จากนั้นก็เข้าสู่กระบวนการสร้างของ “ก็อปเกรดเอ” ของเมืองจีนและการลอกเลียนแบบในครั้งนี้สุมาอี้ก็สั่งผลิตถึงสองพันตัว

ขงเบ้งเจ้าของลิขสิทธิ์โคยนต์ทราบความเข้า แทนที่จะโกรธเคือง กลับกระหยิ่มยิ้มย่อง ด้วยสมความคิดในแผนการที่ได้วางไว้ เพราะขงเบ้งจะใช้กลอุบายหลอกให้ฝ่ายสุมาอี้ผลิตโคยนต์ให้ใช้ เมื่อเห็นสุมาอี้มีโคยนต์ถึงสองพันตัว จึงสั่งการให้อองเป๋งนำทหารพันหนึ่งแต่งตัวปลอมเป็นทหารสุมาอี้แล้วไปซุ่มอยู่กลางทาง

พอถึงกลางคืนให้เข้าไปบอกว่า สุมาอี้ส่งให้มาช่วยป้องกันเสบียง เมื่อทหารเหล่านั้นไว้ใจว่าเป็นพวกเดียวกันแล้วจึงหาโอกาสเข้าตีฆ่าฟันกองลำเลียง แล้วเข็นเอาเกวียนเสบียงมา แล้วให้เตียวหงีคุมทหารห้าร้อย ทุกนายแต่งตัวเขียนหน้าปลอมเป็นทัพผี เมื่ออองเป๋งเข้าไปปลอมปนในกองลำเลียงเสบียงของสุมาอี้และชิงเอาเกวียนเสบียงมาได้แล้วก็คุมโคยนต์ลากเกวียนเสบียงมา

ทหารสุมาอี้รู้ว่า เสบียงถูกปล้นก็ยกทัพตามมาชิงเอาคืน อองเป๋งก็ให้ทหารพลิกลิ้นโคยนต์ ทำให้เจ้าโคนั้นหยุดนิ่ง เดินไปไม่ได้ แล้วก็แสร้งทำเป็นถอยหนี ทหารสุมาอี้เห็นโคยนต์ขยับเขยื้อนไม่ได้ก็งุนงง ไม่รู้ว่าอะไรเสีย งงอยู่ได้พักเดียว อองเป๋ง เกียงอุย อุยเอี๋ยน ทหารของขงเบ้งก็เข้าตีกระหนาบทั้งสามด้าน จนทหารฝ่ายสุมาอี้ต้านทานมิได้ก็ต้องถอยออกมา อองเป๋งจึงให้ทหารพลิกลิ้นโคยนตร์กลับก็ทำให้โคยนต์เดินได้ดังเดิม ฝ่ายทหารสุมาอี้เห็นโคยนต์เดินได้แล้วก็จะกลับเข้าไปตีเอาคืน

ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงโห่ร้องดังมาจากบนเนินเขา มีควันไฟพวยพุ่ง แล้วมีกองทหารแต่งตัวประหลาด สยายผม หน้าตาเป็นผีโขมดป่า ลงจากเนินเขาเข้ามาไล่ทหารสุมาอี้ ทหารเหล่านั้นก็คิดว่าเป็นเทพยดาหรือปีศาจที่มาช่วยขงเบ้งรบเป็นแน่แท้ จึงถอยหนี

เมื่อสุมาอี้รู้ว่า ทหารของตนได้พลาดท่าเสียทีขงเบ้งจนทำให้เสียเสบียงและกำลังพลจำนวนมาก จึงยกทัพมาช่วย แต่ก็ถูกทหารขงเบ้งที่ซุ่มอยู่ที่ซอกเขาเข้าตีกระหนาบซ้ายขวาจนทัพแตกกระจาย สุมาอี้ควบม้าหนีเข้าป่าไปเพียงลำพัง ถูกเลียวฮัวทหารขงเบ้งไล่ติดตาม ท้ายที่สุดสุมาอี้ก็ไวกว่า รอดตายไปได้ เหลือทิ้งไว้แต่หมวกทองให้เลียวฮัวดูต่างหน้า เลียวฮัวจึงเก็บหมวกทองที่ตกอยู่นั้นไปให้ขงเบ้ง

โคยนต์ของเล่นชุดนี้จึงทำให้ขงเบ้งได้เสบียงมาจากข้าศึกโดยไม่ต้องเหนื่อย แถมกำไรงดงามและทำให้เห็นว่า การจะลอกเลียนแบบนั้นไม่ใช่แค่การทำให้เหมือนเท่านั้น แต่ควรจะรู้ด้วยว่า ส่วนประกอบต่างๆ นั้นมันมีไว้เพื่ออะไร

กลยุทธ์นี้ในสามก๊กสอนให้รู้ว่า กลศึกต้องคิดกันหลายชั้นจึงจะชนะขาด!

      เรื่อง :

  • ร้อยเอกหญิง บุษดี อรสิริวรรณ  
  • อาจารย์จากกองวิชาอักษรศาสตร์ ส่วนการศึกษา
  • โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า

 

Comments
จุฑาทิพ อิงวัฒนโภคา
บรรณาธิการ นิตยสาร B-Connect อดีตบรรณาธิการนิตยสารการตลาดอีกหลายเล่มในช่วงชีวิตที่ผ่านมา
Top