You are here
Home > Columnist > ก้าวสู่ยุค 4.0 ด้วย จินตวิศวกรรม

ก้าวสู่ยุค 4.0 ด้วย จินตวิศวกรรม

4.0 กลายเป็นรหัสฮิตติดปากทุกคน ด้วยเป็นยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลหวังให้ประเทศไทยก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลาง สร้างนักรบทางเศรษฐกิจกลุ่มใหม่ไม่ว่าจะเป็น SME หรือ Start-up โดยการให้นวัตกรรมเป็นปัจจัยขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมาย

สำหรับประเทศไทยจะมีศักยภาพทางด้านนวัตกรรมมากน้อยเพียงใด อ้างอิงจาก INSEAD ที่จัดทำ Global Innovation Index ในปี 2014 บอกชัดเจนว่า ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 48 และขยับเป็นอันดับที่ 64 จากการจัดอันดับของ World Economic Forum (WEF)  ในรายงานของ Global Competitiveness Report 2014-2015 ส่วนประเทศที่ติดอันดับ Top 10 ของทั้ง 2 สำนักคือ สวิส ฟินแลนด์ สวีเดน ขณะที่สิงคโปร์ก็คิด Top 10 ทั้งสองโผ

แล้วปัจจัยอะไรที่บอกว่า ประเทศไหนยอดเยี่ยมทางด้านนวัตกรรม สำหรับ WEF พิจารณาจาก สมรรถภาพ คุณภาพของสถาบันวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์ การใช้จ่ายด้าน R&D ของบริษัท ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย-อุตสาหกรรมด้านวิจัยและพัฒนา การจัดซื้อสินค้าไฮเทคจากภาครัฐ จำนวนนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรและสัญญาข้อตกลงด้านสิทธิบัตรและแอพพลิเคชั่นต่อประชากร 1 ล้านคน

ส่วน Bloomberg พิจารณาจาก R&D (%ค่าใช้จ่ายต่อGDP) อุตสาหกรรม (มูลค่าเพิ่มของอุตสาหรรมต่อหัวของประชากรในประเทศ) จำนวนบริษัทไฮเทคภายในประเทศที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงจดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชน การศึกษาหลังมัธยมศึกษา (มีการเรียนต่อและแรงงานที่มีด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม) นักวิจัย (อาชีพและนศ.ปริญญาเอกที่ทำ R&D ต่อประชากร 1 ล้านคน) และสิทธิบัตร ซึ่ง

เมื่อพิจารณาถึงประเทศไทยในปี 2014 ตามเกณฑ์ชี้วัดด้านมูลค่าของ WEF ก็จะพบว่า ไทยมีมูลค่าต่ำถึงปานกลาง ไม่ว่าจะเป็นความสามารถทางด้านนวัตกรรม (อันดับ 70) คุณภาพของสถาบันวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์ (อันดับ 61) การใช้ของบริษัททางด้าน R&D (อันดับ 56)  ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย-อุตสาหกรรมด้านวิจัยและพัฒนา (อันดับ 48) การจัดซื้อสินค้าไฮเทคจากภาครัฐ(อันดับ 114) ฯลฯ

            การที่ประเทศไทยจะไต่อันดับสู่การเป็นประเทศที่มีความยอดเยี่ยมทางนวัตกรรมนั้น หนทางหนึ่งจากอีกหลายๆ หนทางก็คือ การต่อกรด้วย Imagineering หรือ จินตวิศวกรรม วิศวกรรมที่ผสานเข้าด้วยกันกับจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์

ทั้งนี้ ตัวอย่างที่ดีตัวอย่างหนึ่งของ Imagineering หรือ จินตวิศวกรรม คือ ดิสนีย์

วอลท์ ดีสนีย์ ให้นิยาม จินตวิศวกรรม (Imagineering) ว่า เป็นการหลอมรวมเข้าด้วยกันของจินตนาการ การสร้างสรรค์และโนว-ฮาวด้านเทคนิค

จินตนาการ = การรวบรวม การเก็บและการรวมสารสนเทศเข้าด้วยกัน

เส้นทางของการสร้างจินตวิศวกรรมนั้นสามารถเกิดขึ้นได้  Tony Baxter SVP Creative Development แห่ง Walt Disney Imagineering กล่าวว่า เนื่องจากทุกคนจะต้องผ่านขั้นตอนของการรวบรวมสารสนเทศจัดเก็บและรวมแล้วรวมอีกกับความคิดของคนอื่นๆ เพื่อผลิตอะไรบางอย่างที่ใหม่ๆ ”

 


What is Imagineering?

  • Imagineering = Imagination + Engineering
  • We call it Imagineering-the blending of creative imagination and technical know-how
  • Just as the first Imagineers adopted technics and principles from film-making when they developed the craft of Imagineering designing Disneyland, we can adopt the technics and principles of Imagineering in instructional design.

*Prosperi, J.L.(2014). “The Imagineering Model”

https://www.slideshare.net/louprosperi1/the-imagineeringmodel


 

ขณะที่ Walt Disney Imagineering (WDI) บอกว่า จินตวิศวกรรม เป็น “โนว-ฮาวด้านเทคนิค” อ้างถึง วินัยในการใช้สำหรับการสร้างธีมปาร์คที่ดึงดูดคนจากทั่วโลกทุกเพศ ทุกวัย

หลักการและการปฏิบัติของจินตวิศวกรรมสามารถประยุกต์ใช้เพื่อความพยายามสร้างสรรค์สิ่งอื่นๆ และการมีวินัย ซึ่งจะรวมในสิ่งต่อไปนี้

  • การตลาด/การโฆษณา
  • การออกแบบและการพัฒนาผลิตภัณฑ์
  • การออกแบบเกม
  • การพัฒนาสารสนเทศ
  • การเขียนด้านเทคนิค
  • สถาปัตยกรรมและการออกแบบสารสนเทศ
  • การออกแบบการเรียนการสอน

 ทั้งนี้ สิ่งที่ Disney สร้างจินตวิศวกร คือ การใช้ iBL-IMAGINE Based Learning (ผู้เขียนปรับมาจาก PBL-Project based learning ของดีสนีย์แลนด์ให้เฉพาะเจาะจงและพัฒนามากขึ้นกับธุรกิจ เพราะในเมืองไทยใช้ PBL เป็นแค่การเรียนรู้แบบโครงงาน) ในการออกแบบและสร้างธีมปาร์คอันเลื่องลือใน Disney World Resort Park

iBL หรือการเรียนรู้ด้วยโครงการจินตนาการ” มีหลักการสำคัญในรูปแบบที่เข้มข้นทางวิชาการของธีม (ปาร์ค) ซึ่งใช้จินตนาการสูง มีผู้เรียนเป็นศูนย์กลางของการทำงาน เรียนรู้จากการลงมือทำและร่วมมือกับหลายๆ สาขาวิชาชีพ โดยผ่านวิธีวิทยาการในการสอน ไม่ได้เรียนเพียงได้รับสารสนเทศ แต่ได้เรียนรู้ทักษะที่จำเป็นสำหรับในระหว่างการเรียนรู้ของแต่ละบุคคล

ในอีกนัยหนึ่ง ทุกคนได้เรียนรู้ทักษะที่จำเป็นด้านจินตนาการสำหรับการวิจัยในภาคปฏิบัติ ทักษะในการนำไปใช้ เพื่อพัฒนาคำตอบที่เฉพาะโดดเด่นและช่วยการแสวงหาความรู้ที่เหมาะสมอย่างยาวนาน”

หากประเทศไทยมีการสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดการผสานระหว่างจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์เข้ากับวิศวกรรม หรือเทคโนโลยีโนวฮาวให้มากกว่าที่เป็น เชื่อว่า อันดับนวัตกรรมของประเทศไทยน่าจะดีขึ้นและทำให้เราก้าวสู่ยุค 4.0 ได้อย่างไม่ยาก

 

เรื่อง :

  • ดร.ดนัย เทียนพุฒ
  • ที่ปรีกษาทางด้านยุทธศาสตร์การบริหารจัดการ การตลาด แบรนด์ การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล
Comments
จุฑาทิพ อิงวัฒนโภคา
บรรณาธิการ นิตยสาร B-Connect อดีตบรรณาธิการนิตยสารการตลาดอีกหลายเล่มในช่วงชีวิตที่ผ่านมา
Top